บัตรเครดิตที่ร่วมรายการผ่อน 0 % 10 เดือน คลิก โปรโมชั่นสุดพิเศษจากศูนย์แว่นตาไอซอพติก คลิก

ปรับขนาดตัวอักษร  -ก +ก

ผศ.ดร. วีรณัฐ โรจนประภา

แชร์
ผศ. ดร. วีรณัฐ โรจนประภา
นักวิชาการด้านสังคมผู้สูงอายุ

แรกเริ่มนั้นผมมีอาการสายตาสั้นมาก่อน ก็ได้ไปตรวจวัดสายตาตามปกติ เพื่อตัดแว่นตา แต่พออายุมากขึ้น เมื่อช่วงประมาณ 6 - 7 ปีก่อน เริ่มมีอาการอ่านหนังสือแล้วไม่สามารถโฟกัสภาพได้ จึงรู้ว่ามีอาการสายตายาวเข้ามาเพิ่มด้วย

หลังจากที่ทราบว่าตัวเองมีอาการสายตายาวเข้ามาเพิ่มด้วย จึงได้ไปตัดแว่นตาโปรเกรสซีฟ กับร้านแว่นตาที่ตัดอยู่ประจำ หรือไม่ก็เป็นร้านที่เราสะดวกที่จะมาใช้บริการ ซึ่งแว่นตาโปรเกรสซีฟที่ได้รับมานั้น จะมีลักษณะการใช้งานแบบเดียวกันเลย คือ รู้สึกว่าตัวเรานั้นไม่สามารถใช้งานแว่นตาโปรเกรสซีฟได้อย่างสมบูรณ์ โดยส่วนตัวคิดว่ามันเป็นเรื่องของศักยภาพทางสายตาเราคงได้เท่านี้ กับเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตแว่นตาโปรเกรสซีฟที่มีอยู่ตอนนั้น จึงใช้งานแว่นตาโปรเกรสซีฟเท่าที่จะใช้ได้ แต่พอระยะเวลาผ่านไป แว่นตาโปรเกรสซีฟที่ใช้อยู่จะเริ่มมีปัญหามากขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่เคยอ่านหนังสือได้ 1 ชม. ต่อเนื่องกัน ระยะเวลาในการอ่านลดลงเหลือได้แค่ 45 นาที และลดลงเรื่อย ๆ จนเหลือ 30 นาที แล้วเมื่อปีก่อนรู้สึกปัญหาจะเริ่มเยอะมากขึ้น คือรู้สึกได้เลยว่า ระยะเวลาอ่านหนังสือเหลือต่ำกว่า 30 นาที แล้ว เนื่องจากพออ่านหนังสือไปประมาณ 20 นาที จะเริ่มมีความเครียด และอาการปวดสายตาขึ้นมา ทำให้ไม่สามารถอ่านหนังสือต่อไปได้

ซึ่งตอนที่ใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอันเก่าอยู่ การใช้งานในระยะหลัง ๆ จะรู้สึกได้เลยว่าต้องใช้เวลาปรับสายตาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม จากที่เมื่อก่อนเวลามองไกลแล้ว สลับมามองใกล้ ไม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากนัก แต่ช่วงปีหลัง ๆ ต้องใช้เวลาในการปรับตัว 3 - 4 วินาที ในการโฟกัส หรือบางครั้งก็จะไม่สามารถโฟกัสได้เลย

จากนั้นผมก็ได้ยินชื่อของ อ.โบบิ และได้เห็นจากรายการโทรทัศน์ต่าง ๆ แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาใช้บริการ จนถึงปีที่แล้ว รู้สึกว่าแว่นตาโปรเกรสซีฟที่ใช้อยู่ มีปัญหาเวลามองสลับระยะใกล้ กับระยะไกล และเวลาที่ใช้ในการโฟกัสภาพที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เวลาทำงานของเราสั้นลงเยอะมาก จนไม่สามารถทำงานได้เลย เลยทำให้นึกถึง อ.โบบิ จึงลองลองค้นหาข้อมูลดู ว่าศูนย์แว่นตาไอซอพติกตั้งอยู่ที่ไหน แล้วก็ได้มาปรึกษาปัญหากับ อ.โบบิ

พอหลังจากเปลี่ยนมาใช้แว่นตาอัลตร้าโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ระบบดิจิตอล 3 มิติ ของศูนย์แว่นตาไอซอพติกแล้ว เรื่องการดำเนินชีวิตประจำวันนี้คือ ยอดเยี่ยมเลย ไม่ว่าจะเป็นการเดิน หรือการขับรถ รู้สึกเลยว่าภาพมันชัดขึ้น ทัศนวิสัยต่าง ๆ ก็แม่นยำขึ้น สำคัญคือ การใช้สายตาในการอ่านงานต่าง ๆ ตอนแรกนึกว่าสามารถทำให้เรากลับมาอ่านหนังสือได้เหมือนสมัยตอนสมัยสายตายาวช่วงแรก ๆ ซึ่งแค่นั้นก็เป็นที่พอใจสำหรับผมแล้ว แต่หลังจากที่ได้รับแว่นตาอัลตร้าโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ระบบดิจิตอล 3 มิติ ของศูนย์แว่นตาไอซอพติก ที่ได้ดีไซค์เลนส์ออกมาให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา ปรากฎว่าสามารถอ่านหนังสือได้ เหมือนสมัยหนุ่ม ๆ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ กี่ชม.ก็ไม่มีปัญหาในการใช้งาน

ผศ.ดร. วีรณัฐ กับ อ.โบบิ

ส่วนเรื่องการปรับตัว ตอนแรกๆ ก็อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวนิดหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นเรื่องของตัวกรอบแว่นเอง เพราะกรอบแว่นแรกที่ใช้กับเลนส์โปรเกรสซีฟ ของทางศูนย์แว่นตาไอซอพติก เป็นกรอบแว่นที่นำมาเอง มาทราบภายหลังว่า ตัวกรอบอาจจะไม่เหมาะกับดีไซค์ของตัวเลนส์ ที่ผลิตออกมาตามค่าสายตาผมเท่าไร จึงใช้เวลาในการปรับตัวนิดหนึ่ง แต่พอกรอบถัดมาจะให้ทางศูนย์แว่นตาไอซอพติกเลือกกรอบแว่นตาที่คิดว่าเหมาะกับสายตาของผมให้ ทำให้แว่นตาโปรเกรสซีฟอันที่ 2 แทบจะไม่ต้องปรับตัวเลย คือใส่ปุ๊บ ก็สามารถปรับตัวได้เลย

อีกทั้งเรื่องความสามารถในการโฟกัสภาพ ปัญหาตรงนี้เป็นเรื่องที่ตอบโจทย์ความต้องการของผมได้ดีมาก ๆ ซึ่งแว่นตาโปรเกรสซีฟอันก่อนหน้านี้ เราก็ไม่ทราบว่าแว่นตาโปรเกรสซีฟนั้นมีปัญหา เราคิดว่าปัญหาอาจมาจากอายุที่มากขึ้นของเราเอง หรือเทคโนโลยีที่ในการผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟประมาณนั้น แต่พอหลังจากมาใช้แว่นตาอัลตร้าโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ระบบดิจิตอล 3 มิติ ของศูนย์แว่นตาไอซอพติก ที่มีการออกแบบเลนส์ให้เหมาะกับค่าสายตาที่เป็นผลมาจากการตรวจวัดอย่างละเอียดของศูนย์แว่นตาไอซอพติก ทำให้รู้เลยว่าแว่นตาโปรเกรสซีฟอันก่อนหน้านั้นคือตัวปัญหา เพราะแว่นตาโปรเกรสซีฟของศูนย์แว่นตาไอซอพติกนั้นสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผมได้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านงานวิชาการต่างๆ และการมองด้านข้าง อาจจะเป็นเพราะการเลือกกรอบแว่นตาที่ทางศูนย์แว่นตาไอซอพติกแนะนำอย่างถูกต้อง มันเลยตัดปัญหาตรงนั้นไปด้วย เพราะกรอบมันตรงกับการใช้งานของผมเองอยู่แล้ว

สำหรับเรื่องของการตรวจวัดสายตา ตอนแรกค่อนข้างสร้างความสับสนให้กับตัวผมมาก ว่าทำไมต้องมีการนัดตรวจล่วงหน้านานอะไรขนาดนั้น แถมระยะเวลาในการตรวจวัดสายตาสองข้างก็ต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนาน ทำให้รู้สึกแปลกใจอย่างยิ่ง แต่พอได้คิวนัดตรวจวัดสายตาที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติกมา ได้มาลองตรวจกับทีมงาน และ อ.โบบิ เอง ทำให้ได้รู้เลยว่าเป็นการตรวจที่มีความละเอียดเป็นอย่างยิ่ง ไม่เคยนึกเลยว่าตาแค่ 2 ข้าง มันจะมีจุดที่ต้องใช้ศาสตร์ ทางด้านสายตาเข้ามาประเมินเยอะมากๆ แม้จะเหนื่อยกับการตรวจวัดสายตา แต่รู้สึกก็พอใจเป็นอย่างมาก ผลจากการที่เรายอมเสียเวลาครึ่งวัน แต่ได้รับการตรวจวัดสายตาของเราได้อย่างครบถ้วน ตามการใช้งานจริงของสายตาเรา และทำให้คิดว่าน่าจะตอบโจทย์การแก้ปัญหาที่เราเจอได้อย่างจริง ๆ

หลังจากที่ใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟของศูนย์แว่นตาไอซอพติกแล้ว มีโอกาสได้กลับไปใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอันเก่า เพราะจะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่แว่นตาโปรเกรสซีฟ ของศูนย์แว่นตาไอซอพติกหัก จึงได้นำแว่นตาโปรเกรสซีฟมาซ่อม ซึ่งทำให้ต้องใช้แว่นตาสำรองไปก่อน แว่นตาสำรองแต่เดิมคือ แว่นตาโปรเกรสซีฟที่เคยตัดมาก่อนหน้าที่จะมาใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟของศูนย์แว่นตาไอซอพติก พอกลับไปใส่ปรากฎว่าไม่สามารถใส่ได้เลย เนื่องจากพอใส่แว่นตาแล้ว จะมีอาการปวดหัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน ทำให้ไม่กล้าออกจากบ้าน จึงแก้โดยใช้แว่นตาสำหรับอ่านหนังสือ ในช่วงระหว่างรอแว่นที่ซ่อมอยู่ชั่วคราวไปก่อน โดยแว่นตาสำหรับอ่านหนังสือ ที่ทางศูนย์แว่นตาไอซอพติก ให้เป็นของแถมจากแพ็คเกจที่ซื้อ

และอยากจะบอกว่าการให้บริการของศูนย์แว่นตาไอซอพติก เป็นการบริการที่อยากเรียกว่า เป็นการดูแลมากกว่า ผมคิดว่าไม่ใช่เป็นการบริการหลังการขายแว่นตา แต่เป็นการดูแลลูกค้าที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาจริง ๆ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการบริการหรือการขายแว่น ครับ

สายด่วน อาจารย์โบบิ : 081-538-4200 ทุกวัน เวลา 11:00 น. - 19:00 น.

ศูนย์แว่นตาไอซอพติก : คุณภาพการมองเห็นในระดับสูงสุด

เปิดวันอังคาร - วันเสาร์ เวลา 11:00 - 19:00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันจันทร์

สอบถามข้อมูลและนัดวัดสายตา
โทร : 086-565-5711 , 086-970-0794 , 063-994-1998
( เพื่อให้ได้รับคุณภาพการบริการในระดับสูงสุด กรุณาทำนัดล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ )

LINE ID : @isoptik
Email : isoptik@gmail.com


บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คุณภาพการมองเห็นมีผลกับ คุณภาพชีวิตอย่างไร ?