แพ็คเกจเลนส์ชุดสุดคุ้ม ราคาเริ่มต้นเพียงชุดละ 34,500 บาท คลิก
ดูกรอบเเว่นของศูนย์เเว่นตาไอซอพติก

ปรับขนาดตัวอักษร-ก +ก

นายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง

แชร์

สวัสดีครับ ผมนายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง ผมเป็นศัลยแพทย์กระดูก เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดต่อเส้นเลือด ผ่าตัดมือ

ปัจจุบันผมอายุ 62 ปี เป็นลูกค้าของไอซอพติกมาประมาณ 7 ปี ครับ ใช้ดีมาตลอด แล้วก็ได้รับการบริการที่ดีจากศูนย์แว่นตาไอซอพติก เวลามีเทคโนโลยีใหม่ๆ ผมก็ได้เป็นคนแรกๆ ที่ได้เริ่มลองใช้ โดยเทคโนโลยีล่าสุดที่ผมใช้ เป็นรุ่นอัลตร้าเอ็กซ์ แต่เดิมผมใช้เลนส์ของไอซอพติกมันก็ดีอยู่แล้ว ปกติแล้วเวลามองอะไรมันจะชัด ไม่ต้องมานั่งหาโฟกัสว่าอยู่ที่ไหน ยิ่งเป็นเลนส์รุ่นอัลตร้าเอ็กซ์ รุ่นนี้มันมองเหมือนปกติเลย มันไม่เหมือนกับเราใส่เลนส์โปรเกรสซีฟอัจฉริยะ มองแล้วสบายตา สบายจริงๆ ครับ

ผมผ่าตัดกับกล้องจุลทรรศน์ส่วนใหญ่ การใช้สายตานานๆ ถ้าแว่นเราไม่ดีมันจะทำให้ร่างกายอ่อนล้า มันจะเพลีย มันจะเหนื่อยง่าย เหมือนสมัยก่อนที่ผมยังไม่ได้มาตัดแว่นตาที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ในการผ่าตัดแต่ละครั้ง เวลาเลิกจากการผ่าตัด มันเหนื่อย มันเพลีย ล้ามากนะครับ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากตาที่มันมองไม่ชัด ต้องเพ่งตลอดเวลา

หลังจากที่ผมได้ใช้แว่นที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ความเหนื่อย เมื่อย ล้า มันเป็นความเหนื่อย เมื่อย ล้า ตามปกติจากการผ่าตัดนานๆ ไม่ได้เกี่ยวกับสายตาแล้วนะครับในปัจจุบัน

หลังจากได้ใช้แว่นโปรเกรสซีฟอัลตร้าเอ็กซ์ของศูนย์แว่นตาไอซอพติก ขับรถ อ่านหนังสือ เล่นกีฬา อันเดียวใช้ได้หมดเลย คือ เลนส์ที่ออกแบบมาผมมีความรู้สึกว่า เวลาเรากวาดสายตาไป โครงสร้างของเลนส์มันตอบรับกับตำแหน่งที่เรามองอยู่พอดีเลยครับ
ก็เป็นสิ่งที่ดีครับที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติกนี้ให้ความใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องลักษณะการใช้สายตาของลูกค้านะครับ ในแต่ละอาชีพมันจะมีความจำเป็นในการใช้สายตาไม่เหมือนกัน เช่น อาชีพผ่าตัด นั่งทำงานบ้าง ยืนทำงานบ้าง ตรวจคนไข้บ้าง ซึ่งระยะต่างๆ ที่ต้องใช้มันมีความแตกต่างมากนะครับ ที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติกใจใส่กับรายละเอียดพวกนี้ แล้วก็นำข้อมูลพวกนี้ไปสร้างเลนส์ที่ใช้เฉพาะกับตาของเราครับ

ดวงตาคนเรา หรือ การมองเห็นคนเรามันติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด หลายคนคิดว่ามันเป็นของฟรี แต่จริงๆ แล้วมันก็เสื่อมไปตามกาลเวลาเมื่อเราอายุมากขึ้น ที่เห็นชัดๆ คือ เราสายตายาวขึ้น มันจะมองยากครับ ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญ ไม่ใส่ใจที่จะทำให้เรามองเห็นได้ดีขึ้น เราก็จะใช้ชีวิตยากครับ เพราะฉะนั้นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ครับ พอเราอายุมากขึ้นแล้ว การมองเห็นมันอาจจะไม่ใช่ของฟรีอีกต่อไปแล้วนะครับ

ผมยอมรับว่าที่นี่แว่นมีราคา แต่ก็เข้าใจเพราะว่า เลนส์ที่นี่เป็นเลนส์ที่ทำเฉพาะบุคคล เลนส์แต่ละคู่จะไม่เหมือนกัน ไม่ใช่เลนส์ที่มันผลิตจากอุตสาหกรรมที่ทำเป็นจำนวนมากๆ นะครับ

เรายังต้องทำงานอีกนาน การที่เรามีการมองเห็นชัดเจนขึ้น ทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่เหนื่อย เมื่อย ล้า โดยเฉพาะเวลาเราจะอ่านหนังสือนานๆ เวลาเราจะมองผ่านกล้องจุลทรรศน์นานๆ มันคุ้มค่าที่จะทำ ที่จะตัดแว่นที่นี่ครับ

ครั้งแรกที่ผมมาที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ผมรู้อยู่แล้วว่าที่นี่ราคาแพง ตอนนั้นผมคิดว่าผมมาคงจะคล้ายๆ กับหลายๆ คนที่มาที่ไอซอพติกคือ มีปัญหาในการมองเห็น ซึ่งแก้ไม่ได้ด้วยร้านแว่นทั่วไป ทั้งๆ ที่ผมรู้ว่าที่มีราคาแพงนะ แต่มาแล้วพบว่าการตรวจวัดสายตาที่นี่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากร้านที่ผมเคยเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลักษณะการวัดสายตา การสอบถามประวัติเกี่ยวกับเรื่องการใช้งานในแต่ละวัน จำนวนชั่วโมงที่ใช้ และการจัดรูปแบบของกรอบที่เหมาะกับหน้าตาเรา มุมต่างๆ มุมก้ม มุมเงย เพื่อจะไปกำหนดลักษณะของโครงสร้างของเลนส์ที่เฉพาะกับเรา ทำให้ผมประทับใจที่นี่นะ แล้วก็ยังไม่รวมถึงการบริการของเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งหน้าตายิ้มแย้ม แจ่มใส สถานที่สะอาด แล้วก็มีเครื่องมือที่ทันสมัยนะครับ ต่างจากร้านที่ผมเคยใช้มาโดยสิ้นเชิง โดยรวมแล้วผมคิดว่าที่นี่น่าจะเป็นศูนย์แว่นตาที่ดีที่สุด แล้วก็แพงที่สุดแบบที่ปรมาจารย์โบบิว่านะครับ

" ใช้แว่นโปรเกรสซีฟไฮเอนด์ของไอซอพติกแล้ว เหนื่อยน้อยลง มีพลังในการทำงานมากขึ้น มีความสุขมากขึ้นในการใช้ชีวิต "

นายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง
หัวหน้าหน่วยจุลศัลยกรรมโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์

ผมเริ่มมีสายตาสั้นตั้งแต่อายุประมาณ 10 ขวบ ประมาณปี 2512 นะครับ และสายตาผมสั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งผมเรียนจบแพทย์ และผมเรียนต่อการเป็นแพทย์ศัลยกรรมกระดูก เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจุลศัลยกรรม ซึ่งเป็นการทำงานที่จะต้องผ่าตัด ต่ออวัยวะ ต่อเส้นเลือด ต่อเส้นประสาทที่มีขนาดเล็กประมาณ 1 มิลลิเมตร ซึ่งในระยะแรก ๆ ที่ผมยังไม่มีปัญหาในเรื่องสายตายาว ผมก็ทำงานได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งประมาณอายุ 40 ต้น ๆ ผมเริ่มมีปัญหามองใกล้ไม่ชัด ผมได้ไปปรึกษาร้านแว่นตาที่ผมทำ ก็ได้รับการแนะนำให้ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ

ระยะที่ผมเริ่มใช้เลนส์โปรเกรสซีฟใหม่ ๆ มีปัญหาเยอะมาก เพราะว่ามองไม่ชัดเหมือนก่อน ปรับระยะยาก มีการบิดเบี้ยวของภาพตลอดเวลาโดยเฉพาะด้านข้าง เพราะผมเองมีสายตาสั้น และก็สายตาเอียงมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้งานที่ผมจะต้องทำที่ต้องการความแม่นยำสูง มีปัญหา ผมผ่าตัด ต่อนิ้ว ต่ออวัยวะที่ขาด เส้นผ่าศูนย์กลางเล็กประมาณ 1 มิลลิเมตร ต้องทำผ่าตัดภายใต้กล้องจุลทัศน์ จนผมเริ่มสงสัยว่ากล้องจุลทัศน์ผมมีปัญหา ทางโรงพยาบาลต้องซื้อกล้องมาให้ผมราคาหลายล้าน ปรากฏว่าก็ไม่ได้ดีขึ้นมาก

วันหนึ่งผมอ่านพบบทความของ ปรมาจารย์โบบิ จากไอซอพติก เลยสงสัยว่าหรือว่าแว่นตาที่ผมใส่มีปัญหา เพราะบางคู่ที่ผมใส่ 2 - 3 สัปดาห์ผมต้องไปเปลี่ยน บางคู่ใส่ไปแล้วปวดหัวจนไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ผมก็เลยมาติดต่อที่ไอซอพติก และก็ได้รับการตรวจวัดที่แม่นยำ

หลังจากที่ผมได้รับ แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกที่ทางร้านประกอบให้ และสร้างให้ ผมพบว่าการมองเห็นแทบจะไม่ต่างกับ แว่นที่ไม่มีโปรเกรสซีฟเลนส์เลย มองเห็นชัดขึ้น ไม่มีการบิดเบี้ยวของภาพ การเคลื่อนไหวรู้สึกสบายขึ้น ทำให้ชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัวดีขึ้น การขับรถก็มองป้ายจราจรมองอะไรได้ชัดขึ้น อ่านหนังสือได้นานขึ้น แล้วก็ทำการผ่าตัดได้สบายได้อย่างแม่นยำครับ

ที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ผมประทับใจเรื่องการบริการทั้งที่เกี่ยวกับเรื่องแว่นตา และที่ไม่เกี่ยวกับแว่นตา ทุกอย่างเลย ตั้งแต่พนักงานต้อนรับ การจัดวางสินค้า และการแนะนำผลิตภัณฑ์ ผมว่าลูกค้าจะได้รับความสะดวกสบายมากนะครับ ส่วนเรื่องการตรวจวัดสายตา เขาวัดสายตาในทุก ๆ มิติการมองเห็น ไม่ว่าจะเป็นความสั้น ความเอียง การรวมภาพ ผมว่ามีความแม่นยำสูงมาก แม้แต่กระทั่งความละเอียดในการเลือกกรอบแว่นให้เหมาะกับหน้าตา ความกว้างของศีรษะ รวมทั้งการติดตั้งเลนส์บนกรอบแว่นตา การปรับรูปแว่น และแป้นจมูกให้เข้ากับตำแหน่งของการมองเห็น ผมคิดว่ามีความละเอียดแม่นยำทุกขั้นตอนครับ

และถ้าจะมองว่าที่นี่ราคาสูง ผมยอมรับ เพราะว่าใคร ๆ ก็พูดว่าที่นี่ราคาสูง แต่ว่าความสำคัญของการมองเห็นของแต่ละคนให้ความสำคัญไม่เท่ากัน เราลองคิดดูสิครับ คนบางคนไปซื้อกระเป๋าใบเป็นแสน ปีหนึ่งหิ้วไม่กี่วัน แว่นเราใส่ทุกวัน ตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งนอน แล้วเราใส่เป็นปี ๆ นะ ผมคิดว่า ถ้าพอจะซื้อได้ผมคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งที่แพงอะไรนะครับ



ผมสายตาสั้น และเอียงมาก เริ่มใส่แว่นสายตามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 พอเรียนจบเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมมือตามที่ใฝ่ฝันไว้ จึงจำเป็นต้องมีคุณภาพการมองเห็นคมชัดที่สุด ในการผ่าตัดต่อมือ ต่อนิ้วที่ขาด ต้องต่อเส้นเลือด เส้นประสาท ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 1 มิลลิเมตรเป็นประจำ เป้าหมายการผ่าตัดของผมไม่ใช่แค่ช่วยให้ผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุนิ้วขาดแต่ละราย กลับมามีนิ้วมืออยู่ครบเท่านั้น แต่ต้องการให้นิ้วมือที่ต่อกลับเข้าไป สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด บ่อยครั้งที่ต้องผ่าตัดต่อเนื่องกันเป็นเวลามากกว่า 12 ชั่วโมง บางครั้งนานถึง 20 ชั่วโมง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ทำการผ่าตัด ตากับมือจะต้องทำงานสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี จึงจำเป็นต้องมีการมองเห็นที่คมชัด ถึงจะสั่งให้มือทำงานได้อย่างแม่นยำ

จนประมาณปี พ.ศ. 2544 ผมก็เริ่มมีสายตายาวระยะใกล้ ใส่แว่นแล้วมองไกลชัด แต่มองใกล้ไม่ค่อยชัด ทำให้เริ่มมีปัญหาในการผ่าตัด ก็เลยไปตัดแว่นตาโปรเกรสซีฟหลายชั้นไร้รอยต่อ ที่มีกำลังขยายหลายกำลังบนเลนส์อันเดียวกัน เพื่อจะรองรับการมองแต่ละระยะ แต่พอผมลองใส่ มันดูยาก เวียนหัว ลายตา หลอกตา เวลาเราจะมองอะไรสักอย่าง ต้องคอยเหลือบตาขึ้นลงหาระยะชัดอยู่นาน แล้วก็เวลาจะดูของอะไรที่มันอยู่ด้านข้างเนี่ย ต้องคอยหันศีรษะไปทางซ้ายทีขวาที หาระยะชัดค่อนข้างยาก บางครั้งผมเปลี่ยนเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟคู่ใหม่ ที่เพิ่มกำลังเลนส์มองใกล้ตามสายตายาวระยะใกล้ซึ่งเพิ่มขึ้นตามวัย ก็ปวดหัวอยู่เป็นสัปดาห์ ๆ

พออายุยิ่งมากขึ้น ปัญหาเรื่องการใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟของผมก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนรบกวนชีวิตการทำงาน ชีวิตส่วนตัว และการพักผ่อนของผมมากขึ้นทุกที เพราะมองเห็นป้ายบอกทางไม่ชัด จนขับรถหลงทางเป็นประจำ กว่าจะมองเห็นป้ายชัด ๆ ก็วิ่งเลยทางที่จะเลี้ยวไปแล้วครับ ก็ในกรุงเทพเดี๋ยวนี้ทางแยกมันมีเยอะมาก ผมก็เลยแก้ปัญหาการขับรถหลงทางด้วยการใช้ระบบนำทางด้วยดาวเทียม แต่ปัญหาในการอ่านหนังสือไม่ทน อ่านสักพักนึงแล้วรู้สึกเพลีย ยังคงแก้ไขไม่ได้ จึงต้องลดการอ่านหนังสือลง ทำให้เป็นอุปสรรคในการติดตามค้นคว้าวิทยาการทางการแพทย์ใหม่ ๆ เรื่องใหญ่ที่สุด คือ ปัญหาด้านสายตาของผมที่เพิ่มขึ้น เริ่มรบกวนคุณภาพการมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ในการผ่าตัดต่อเส้นเลือด เส้นประสาทขนาดเล็ก วันละหลายชั่วโมง ยิ่งมองไม่ชัด ยิ่งทำให้ขาดความมั่นใจในการผ่าตัด เลยคิดว่ากล้องจุลทรรศน์ที่ผมใช้มาตั้งนานเสื่อมคุณภาพและอาจจะคลาดเคลื่อน จึงขอให้ทางโรงพยาบาลช่วยจัดหากล้องจุลทรรศน์ให้ใหม่ ทางโรงพยาบาลจึงลงทุนซื้อกล้องจุลทรรศน์ให้ผมราคาตั้งหลายล้านบาท ได้กล้องใหม่มาก็ดีขึ้นมาหน่อยนึง แต่ก็ยังคงมองเห็นไม่คมชัดเท่าเมื่อก่อน

ผมก็เริ่มสงสัยว่าคุณภาพการมองเห็นที่ลดลง น่าจะเกิดจากคุณภาพของเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟเทคโนโลยีอื่นที่ใช้อยู่ยังไม่ดีพอ แม้ว่าจะทำจากร้านแว่นที่มีชื่อเสียงพอสมควร หลังจากทนใส่อยู่นาน ผมก็ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ ปรมาจารย์โบบิ เกี่ยวกับแนวคิดการสร้างเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกจากเยอรมนีของไอซอพติก ที่ออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับดวงตาของแต่ละคนอย่างถูกต้อง เที่ยงตรง แม่นยำ สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพการมองเห็นให้ดีขึ้นได้ในทุกระยะแบบก้าวกระโดด ก็รู้สึกว่าคนไทยคนนี้แปลก มีความคิดที่แตกต่างจากร้านแว่นที่ผมเคยได้ยิน ก็เลยกลับมานั่งคิดทบทวนว่า หรือว่าที่ผมมีปัญหาด้านการมองเห็นตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้ น่าจะเกิดจากความจำกัดของเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟเทคโนโลยีอื่นแบบกึ่งสำเร็จรูปที่ผมใช้อยู่ บวกกับการวัดค่าสายตาที่ไม่ละเอียด โครงสร้างเลนส์ที่ไม่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้สายตาของผม ทำให้ผมต้องฝืนปรับตัวเข้าหาเลนส์ หาจุดชัดไม่ค่อยได้

จึงทำนัดเข้ามาปรึกษาปรมาจารย์โบบิที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ผมพบว่าที่นี่มีการวัดสายตาที่ละเอียดพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบของการมองเห็น ตั้งแต่การตรวจวัดวิเคราะห์ค่าสายตาสั้น สายตาเอียง สายตายาวระยะใกล้ และการมองภาพสามมิติ มีการซักถามพฤติกรรมการใช้สายตาของผมอย่างละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับออกแบบเลนส์ให้เหมาะกับชีวิตประจำวันของผมโดยเฉพาะ มีการตรวจสุขภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ ซึ่งแตกต่างจากร้านแว่นที่ผมพบมาตลอด ที่สำคัญ คือ มีชุดทดลองเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟรุ่นล่าสุดชนิดต่าง ๆ หลายรุ่น ให้ผมได้ลองใส่เปรียบเทียบโครงสร้างเลนส์ด้วยตัวเองจนพอใจ เมื่อสรุปโครงสร้างเลนส์ที่เหมาะกับลักษณะการใช้สายตาของผมเองในทุกด้านอย่างละเอียดได้แล้ว จึงทำการเลือกกรอบแว่นที่ขนาดพอดีกับใบหน้าผม ในระหว่างการฟิตกรอบแว่น มีการตรวจวัดตำแหน่งดวงตาแต่ละข้างของผมบนกรอบแว่นแต่ละอันอย่างละเอียดด้วยระบบสามมิติ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปออกแบบและผลิตเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติก จากเยอรมันนี

หลังจากรอคอยการออกแบบ ผลิต ประกอบ 8 สัปดาห์ พอไปรับแว่น ผมก็พบว่าแว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกของไอซอพติกเนี่ย เหมาะกับการใช้งานจริง ๆ ตอนนี้ปัญหาต่าง ๆ ในการทำงาน โดยเฉพาะในการผ่าตัดมันก็คลี่คลายไปหมด ความอ่อนล้าที่เคยมีตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา น้อยลงมากครับ เมื่อก่อนผ่าตัดเสร็จพอหมดวันรู้สึกเหนื่อย เราก็ไม่รู้สาเหตุ นึกว่าเราแก่ขึ้นผ่าตัดแล้วเหนื่อย แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ เกิดจากปัญหาทางด้านสายตา พอเปลี่ยนไปใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกของไอซอพติกแล้ว เหนื่อยน้อยลง มีพลังในการทำงานมากขึ้น มีความสุขมากขึ้นในการใช้ชีวิตครับ

สวัสดีครับ ผมนายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง ผมเป็นศัลยแพทย์กระดูก เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดต่อเส้นเลือด ผ่าตัดมือ

ปัจจุบันผมอายุ 62 ปี เป็นลูกค้าของไอซอพติกมาประมาณ 7 ปี ครับ ใช้ดีมาตลอด แล้วก็ได้รับการบริการที่ดีจากศูนย์แว่นตาไอซอพติก เวลามีเทคโนโลยีใหม่ๆ ผมก็ได้เป็นคนแรกๆ ที่ได้เริ่มลองใช้ โดยเทคโนโลยีล่าสุดที่ผมใช้ เป็นรุ่นอัลตร้าเอ็กซ์ แต่เดิมผมใช้เลนส์ของไอซอพติกมันก็ดีอยู่แล้ว ปกติแล้วเวลามองอะไรมันจะชัด ไม่ต้องมานั่งหาโฟกัสว่าอยู่ที่ไหน ยิ่งเป็นเลนส์รุ่นอัลตร้าเอ็กซ์ รุ่นนี้มันมองเหมือนปกติเลย มันไม่เหมือนกับเราใส่เลนส์โปรเกรสซีฟอัจฉริยะ มองแล้วสบายตา สบายจริงๆ ครับ

ผมผ่าตัดกับกล้องจุลทรรศน์ส่วนใหญ่ การใช้สายตานานๆ ถ้าแว่นเราไม่ดีมันจะทำให้ร่างกายอ่อนล้า มันจะเพลีย มันจะเหนื่อยง่าย เหมือนสมัยก่อนที่ผมยังไม่ได้มาตัดแว่นตาที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ในการผ่าตัดแต่ละครั้ง เวลาเลิกจากการผ่าตัด มันเหนื่อย มันเพลีย ล้ามากนะครับ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากตาที่มันมองไม่ชัด ต้องเพ่งตลอดเวลา

หลังจากที่ผมได้ใช้แว่นที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ความเหนื่อย เมื่อย ล้า มันเป็นความเหนื่อย เมื่อย ล้า ตามปกติจากการผ่าตัดนานๆ ไม่ได้เกี่ยวกับสายตาแล้วนะครับในปัจจุบัน

หลังจากได้ใช้แว่นโปรเกรสซีฟอัลตร้าเอ็กซ์ของศูนย์แว่นตาไอซอพติก ขับรถ อ่านหนังสือ เล่นกีฬา อันเดียวใช้ได้หมดเลย คือ เลนส์ที่ออกแบบมาผมมีความรู้สึกว่า เวลาเรากวาดสายตาไป โครงสร้างของเลนส์มันตอบรับกับตำแหน่งที่เรามองอยู่พอดีเลยครับ
ก็เป็นสิ่งที่ดีครับที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติกนี้ให้ความใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องลักษณะการใช้สายตาของลูกค้านะครับ ในแต่ละอาชีพมันจะมีความจำเป็นในการใช้สายตาไม่เหมือนกัน เช่น อาชีพผ่าตัด นั่งทำงานบ้าง ยืนทำงานบ้าง ตรวจคนไข้บ้าง ซึ่งระยะต่างๆ ที่ต้องใช้มันมีความแตกต่างมากนะครับ ที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติกใจใส่กับรายละเอียดพวกนี้ แล้วก็นำข้อมูลพวกนี้ไปสร้างเลนส์ที่ใช้เฉพาะกับตาของเราครับ

ดวงตาคนเรา หรือ การมองเห็นคนเรามันติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด หลายคนคิดว่ามันเป็นของฟรี แต่จริงๆ แล้วมันก็เสื่อมไปตามกาลเวลาเมื่อเราอายุมากขึ้น ที่เห็นชัดๆ คือ เราสายตายาวขึ้น มันจะมองยากครับ ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญ ไม่ใส่ใจที่จะทำให้เรามองเห็นได้ดีขึ้น เราก็จะใช้ชีวิตยากครับ เพราะฉะนั้นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ครับ พอเราอายุมากขึ้นแล้ว การมองเห็นมันอาจจะไม่ใช่ของฟรีอีกต่อไปแล้วนะครับ

ผมยอมรับว่าที่นี่แว่นมีราคา แต่ก็เข้าใจเพราะว่า เลนส์ที่นี่เป็นเลนส์ที่ทำเฉพาะบุคคล เลนส์แต่ละคู่จะไม่เหมือนกัน ไม่ใช่เลนส์ที่มันผลิตจากอุตสาหกรรมที่ทำเป็นจำนวนมากๆ นะครับ

เรายังต้องทำงานอีกนาน การที่เรามีการมองเห็นชัดเจนขึ้น ทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่เหนื่อย เมื่อย ล้า โดยเฉพาะเวลาเราจะอ่านหนังสือนานๆ เวลาเราจะมองผ่านกล้องจุลทรรศน์นานๆ มันคุ้มค่าที่จะทำ ที่จะตัดแว่นที่นี่ครับ

ครั้งแรกที่ผมมาที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ผมรู้อยู่แล้วว่าที่นี่ราคาแพง ตอนนั้นผมคิดว่าผมมาคงจะคล้ายๆ กับหลายๆ คนที่มาที่ไอซอพติกคือ มีปัญหาในการมองเห็น ซึ่งแก้ไม่ได้ด้วยร้านแว่นทั่วไป ทั้งๆ ที่ผมรู้ว่าที่มีราคาแพงนะ แต่มาแล้วพบว่าการตรวจวัดสายตาที่นี่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากร้านที่ผมเคยเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลักษณะการวัดสายตา การสอบถามประวัติเกี่ยวกับเรื่องการใช้งานในแต่ละวัน จำนวนชั่วโมงที่ใช้ และการจัดรูปแบบของกรอบที่เหมาะกับหน้าตาเรา มุมต่างๆ มุมก้ม มุมเงย เพื่อจะไปกำหนดลักษณะของโครงสร้างของเลนส์ที่เฉพาะกับเรา ทำให้ผมประทับใจที่นี่นะ แล้วก็ยังไม่รวมถึงการบริการของเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งหน้าตายิ้มแย้ม แจ่มใส สถานที่สะอาด แล้วก็มีเครื่องมือที่ทันสมัยนะครับ ต่างจากร้านที่ผมเคยใช้มาโดยสิ้นเชิง โดยรวมแล้วผมคิดว่าที่นี่น่าจะเป็นศูนย์แว่นตาที่ดีที่สุด แล้วก็แพงที่สุดแบบที่ปรมาจารย์โบบิว่านะครับ

" ใช้แว่นโปรเกรสซีฟไฮเอนด์ของไอซอพติกแล้ว เหนื่อยน้อยลง มีพลังในการทำงานมากขึ้น มีความสุขมากขึ้นในการใช้ชีวิต "

นายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง
หัวหน้าหน่วยจุลศัลยกรรมโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์

ผมเริ่มมีสายตาสั้นตั้งแต่อายุประมาณ 10 ขวบ ประมาณปี 2512 นะครับ และสายตาผมสั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งผมเรียนจบแพทย์ และผมเรียนต่อการเป็นแพทย์ศัลยกรรมกระดูก เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจุลศัลยกรรม ซึ่งเป็นการทำงานที่จะต้องผ่าตัด ต่ออวัยวะ ต่อเส้นเลือด ต่อเส้นประสาทที่มีขนาดเล็กประมาณ 1 มิลลิเมตร ซึ่งในระยะแรก ๆ ที่ผมยังไม่มีปัญหาในเรื่องสายตายาว ผมก็ทำงานได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งประมาณอายุ 40 ต้น ๆ ผมเริ่มมีปัญหามองใกล้ไม่ชัด ผมได้ไปปรึกษาร้านแว่นตาที่ผมทำ ก็ได้รับการแนะนำให้ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ

ระยะที่ผมเริ่มใช้เลนส์โปรเกรสซีฟใหม่ ๆ มีปัญหาเยอะมาก เพราะว่ามองไม่ชัดเหมือนก่อน ปรับระยะยาก มีการบิดเบี้ยวของภาพตลอดเวลาโดยเฉพาะด้านข้าง เพราะผมเองมีสายตาสั้น และก็สายตาเอียงมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้งานที่ผมจะต้องทำที่ต้องการความแม่นยำสูง มีปัญหา ผมผ่าตัด ต่อนิ้ว ต่ออวัยวะที่ขาด เส้นผ่าศูนย์กลางเล็กประมาณ 1 มิลลิเมตร ต้องทำผ่าตัดภายใต้กล้องจุลทัศน์ จนผมเริ่มสงสัยว่ากล้องจุลทัศน์ผมมีปัญหา ทางโรงพยาบาลต้องซื้อกล้องมาให้ผมราคาหลายล้าน ปรากฏว่าก็ไม่ได้ดีขึ้นมาก

วันหนึ่งผมอ่านพบบทความของ ปรมาจารย์โบบิ จากไอซอพติก เลยสงสัยว่าหรือว่าแว่นตาที่ผมใส่มีปัญหา เพราะบางคู่ที่ผมใส่ 2 - 3 สัปดาห์ผมต้องไปเปลี่ยน บางคู่ใส่ไปแล้วปวดหัวจนไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ผมก็เลยมาติดต่อที่ไอซอพติก และก็ได้รับการตรวจวัดที่แม่นยำ

หลังจากที่ผมได้รับ แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกที่ทางร้านประกอบให้ และสร้างให้ ผมพบว่าการมองเห็นแทบจะไม่ต่างกับ แว่นที่ไม่มีโปรเกรสซีฟเลนส์เลย มองเห็นชัดขึ้น ไม่มีการบิดเบี้ยวของภาพ การเคลื่อนไหวรู้สึกสบายขึ้น ทำให้ชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัวดีขึ้น การขับรถก็มองป้ายจราจรมองอะไรได้ชัดขึ้น อ่านหนังสือได้นานขึ้น แล้วก็ทำการผ่าตัดได้สบายได้อย่างแม่นยำครับ

ที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ผมประทับใจเรื่องการบริการทั้งที่เกี่ยวกับเรื่องแว่นตา และที่ไม่เกี่ยวกับแว่นตา ทุกอย่างเลย ตั้งแต่พนักงานต้อนรับ การจัดวางสินค้า และการแนะนำผลิตภัณฑ์ ผมว่าลูกค้าจะได้รับความสะดวกสบายมากนะครับ ส่วนเรื่องการตรวจวัดสายตา เขาวัดสายตาในทุก ๆ มิติการมองเห็น ไม่ว่าจะเป็นความสั้น ความเอียง การรวมภาพ ผมว่ามีความแม่นยำสูงมาก แม้แต่กระทั่งความละเอียดในการเลือกกรอบแว่นให้เหมาะกับหน้าตา ความกว้างของศีรษะ รวมทั้งการติดตั้งเลนส์บนกรอบแว่นตา การปรับรูปแว่น และแป้นจมูกให้เข้ากับตำแหน่งของการมองเห็น ผมคิดว่ามีความละเอียดแม่นยำทุกขั้นตอนครับ

และถ้าจะมองว่าที่นี่ราคาสูง ผมยอมรับ เพราะว่าใคร ๆ ก็พูดว่าที่นี่ราคาสูง แต่ว่าความสำคัญของการมองเห็นของแต่ละคนให้ความสำคัญไม่เท่ากัน เราลองคิดดูสิครับ คนบางคนไปซื้อกระเป๋าใบเป็นแสน ปีหนึ่งหิ้วไม่กี่วัน แว่นเราใส่ทุกวัน ตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งนอน แล้วเราใส่เป็นปี ๆ นะ ผมคิดว่า ถ้าพอจะซื้อได้ผมคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งที่แพงอะไรนะครับ



ผมสายตาสั้น และเอียงมาก เริ่มใส่แว่นสายตามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 พอเรียนจบเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมมือตามที่ใฝ่ฝันไว้ จึงจำเป็นต้องมีคุณภาพการมองเห็นคมชัดที่สุด ในการผ่าตัดต่อมือ ต่อนิ้วที่ขาด ต้องต่อเส้นเลือด เส้นประสาท ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 1 มิลลิเมตรเป็นประจำ เป้าหมายการผ่าตัดของผมไม่ใช่แค่ช่วยให้ผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุนิ้วขาดแต่ละราย กลับมามีนิ้วมืออยู่ครบเท่านั้น แต่ต้องการให้นิ้วมือที่ต่อกลับเข้าไป สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด บ่อยครั้งที่ต้องผ่าตัดต่อเนื่องกันเป็นเวลามากกว่า 12 ชั่วโมง บางครั้งนานถึง 20 ชั่วโมง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ทำการผ่าตัด ตากับมือจะต้องทำงานสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี จึงจำเป็นต้องมีการมองเห็นที่คมชัด ถึงจะสั่งให้มือทำงานได้อย่างแม่นยำ

จนประมาณปี พ.ศ. 2544 ผมก็เริ่มมีสายตายาวระยะใกล้ ใส่แว่นแล้วมองไกลชัด แต่มองใกล้ไม่ค่อยชัด ทำให้เริ่มมีปัญหาในการผ่าตัด ก็เลยไปตัดแว่นตาโปรเกรสซีฟหลายชั้นไร้รอยต่อ ที่มีกำลังขยายหลายกำลังบนเลนส์อันเดียวกัน เพื่อจะรองรับการมองแต่ละระยะ แต่พอผมลองใส่ มันดูยาก เวียนหัว ลายตา หลอกตา เวลาเราจะมองอะไรสักอย่าง ต้องคอยเหลือบตาขึ้นลงหาระยะชัดอยู่นาน แล้วก็เวลาจะดูของอะไรที่มันอยู่ด้านข้างเนี่ย ต้องคอยหันศีรษะไปทางซ้ายทีขวาที หาระยะชัดค่อนข้างยาก บางครั้งผมเปลี่ยนเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟคู่ใหม่ ที่เพิ่มกำลังเลนส์มองใกล้ตามสายตายาวระยะใกล้ซึ่งเพิ่มขึ้นตามวัย ก็ปวดหัวอยู่เป็นสัปดาห์ ๆ

พออายุยิ่งมากขึ้น ปัญหาเรื่องการใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟของผมก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนรบกวนชีวิตการทำงาน ชีวิตส่วนตัว และการพักผ่อนของผมมากขึ้นทุกที เพราะมองเห็นป้ายบอกทางไม่ชัด จนขับรถหลงทางเป็นประจำ กว่าจะมองเห็นป้ายชัด ๆ ก็วิ่งเลยทางที่จะเลี้ยวไปแล้วครับ ก็ในกรุงเทพเดี๋ยวนี้ทางแยกมันมีเยอะมาก ผมก็เลยแก้ปัญหาการขับรถหลงทางด้วยการใช้ระบบนำทางด้วยดาวเทียม แต่ปัญหาในการอ่านหนังสือไม่ทน อ่านสักพักนึงแล้วรู้สึกเพลีย ยังคงแก้ไขไม่ได้ จึงต้องลดการอ่านหนังสือลง ทำให้เป็นอุปสรรคในการติดตามค้นคว้าวิทยาการทางการแพทย์ใหม่ ๆ เรื่องใหญ่ที่สุด คือ ปัญหาด้านสายตาของผมที่เพิ่มขึ้น เริ่มรบกวนคุณภาพการมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ในการผ่าตัดต่อเส้นเลือด เส้นประสาทขนาดเล็ก วันละหลายชั่วโมง ยิ่งมองไม่ชัด ยิ่งทำให้ขาดความมั่นใจในการผ่าตัด เลยคิดว่ากล้องจุลทรรศน์ที่ผมใช้มาตั้งนานเสื่อมคุณภาพและอาจจะคลาดเคลื่อน จึงขอให้ทางโรงพยาบาลช่วยจัดหากล้องจุลทรรศน์ให้ใหม่ ทางโรงพยาบาลจึงลงทุนซื้อกล้องจุลทรรศน์ให้ผมราคาตั้งหลายล้านบาท ได้กล้องใหม่มาก็ดีขึ้นมาหน่อยนึง แต่ก็ยังคงมองเห็นไม่คมชัดเท่าเมื่อก่อน

ผมก็เริ่มสงสัยว่าคุณภาพการมองเห็นที่ลดลง น่าจะเกิดจากคุณภาพของเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟเทคโนโลยีอื่นที่ใช้อยู่ยังไม่ดีพอ แม้ว่าจะทำจากร้านแว่นที่มีชื่อเสียงพอสมควร หลังจากทนใส่อยู่นาน ผมก็ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ ปรมาจารย์โบบิ เกี่ยวกับแนวคิดการสร้างเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกจากเยอรมนีของไอซอพติก ที่ออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับดวงตาของแต่ละคนอย่างถูกต้อง เที่ยงตรง แม่นยำ สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพการมองเห็นให้ดีขึ้นได้ในทุกระยะแบบก้าวกระโดด ก็รู้สึกว่าคนไทยคนนี้แปลก มีความคิดที่แตกต่างจากร้านแว่นที่ผมเคยได้ยิน ก็เลยกลับมานั่งคิดทบทวนว่า หรือว่าที่ผมมีปัญหาด้านการมองเห็นตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้ น่าจะเกิดจากความจำกัดของเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟเทคโนโลยีอื่นแบบกึ่งสำเร็จรูปที่ผมใช้อยู่ บวกกับการวัดค่าสายตาที่ไม่ละเอียด โครงสร้างเลนส์ที่ไม่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้สายตาของผม ทำให้ผมต้องฝืนปรับตัวเข้าหาเลนส์ หาจุดชัดไม่ค่อยได้

จึงทำนัดเข้ามาปรึกษาปรมาจารย์โบบิที่ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ผมพบว่าที่นี่มีการวัดสายตาที่ละเอียดพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบของการมองเห็น ตั้งแต่การตรวจวัดวิเคราะห์ค่าสายตาสั้น สายตาเอียง สายตายาวระยะใกล้ และการมองภาพสามมิติ มีการซักถามพฤติกรรมการใช้สายตาของผมอย่างละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับออกแบบเลนส์ให้เหมาะกับชีวิตประจำวันของผมโดยเฉพาะ มีการตรวจสุขภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ ซึ่งแตกต่างจากร้านแว่นที่ผมพบมาตลอด ที่สำคัญ คือ มีชุดทดลองเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟรุ่นล่าสุดชนิดต่าง ๆ หลายรุ่น ให้ผมได้ลองใส่เปรียบเทียบโครงสร้างเลนส์ด้วยตัวเองจนพอใจ เมื่อสรุปโครงสร้างเลนส์ที่เหมาะกับลักษณะการใช้สายตาของผมเองในทุกด้านอย่างละเอียดได้แล้ว จึงทำการเลือกกรอบแว่นที่ขนาดพอดีกับใบหน้าผม ในระหว่างการฟิตกรอบแว่น มีการตรวจวัดตำแหน่งดวงตาแต่ละข้างของผมบนกรอบแว่นแต่ละอันอย่างละเอียดด้วยระบบสามมิติ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปออกแบบและผลิตเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติก จากเยอรมันนี

หลังจากรอคอยการออกแบบ ผลิต ประกอบ 8 สัปดาห์ พอไปรับแว่น ผมก็พบว่าแว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกของไอซอพติกเนี่ย เหมาะกับการใช้งานจริง ๆ ตอนนี้ปัญหาต่าง ๆ ในการทำงาน โดยเฉพาะในการผ่าตัดมันก็คลี่คลายไปหมด ความอ่อนล้าที่เคยมีตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา น้อยลงมากครับ เมื่อก่อนผ่าตัดเสร็จพอหมดวันรู้สึกเหนื่อย เราก็ไม่รู้สาเหตุ นึกว่าเราแก่ขึ้นผ่าตัดแล้วเหนื่อย แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ เกิดจากปัญหาทางด้านสายตา พอเปลี่ยนไปใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกของไอซอพติกแล้ว เหนื่อยน้อยลง มีพลังในการทำงานมากขึ้น มีความสุขมากขึ้นในการใช้ชีวิตครับ

PDF Download

เลนส์แว่นตาไอซอพติก มีจำหน่ายที่ ศูนย์แว่นตาไอซอพติก เท่านั้น โปรดระวังการแอบอ้าง

คำยืนยันจากผู้ใช้

คุณภาพการมองเห็นมีผลกับ คุณภาพชีวิตอย่างไร ?