" ตาแห้ง " เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับตา เกิดจากความผิดปกติของน้ำตา ที่มีปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอหรือมีการระเหยของน้ำตาที่มากเกินไป ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ผิวกระจกตา และเกิดอาการไม่สบายตา และผลเสียต่อดวงตาตามมาได้

โดยมีสาเหตุดังนี้ เมื่ออายุเยอะขึ้น จะเกิดการเสื่อมถอยของการสร้างน้ำในตา, การทานยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้, การใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานาน, การอยู่ในที่แสงจ้าและมีมลภาวะ, การใส่คอนแทคเลนส์ และ การเป็นโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น

น้ำในดวงตามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งให้ความชุ่มชื้น ช่วยปรับสภาพของกระจกตาให้แสงผ่านได้ เป็นตัวกลางนำสารอาหาร และออกซิเจนมาเลี้ยงดวงตา ช่วยให้มองเห็นภาพได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังเป็นป้อมปราการป้องกันสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ไม่ให้เข้ามาทำร้ายดวงตา

น้ำตามีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ

1. ไขมัน ทำหน้าที่ป้องกันการระเหยของน้ำตา

2. น้ำ ทำหน้าที่นำสารอาหารมาเลี้ยงดวงตา

3. เมือก เป็นโซเดียมไฮยาลูโรเนต ทำหน้าที่ช่วยให้น้ำตาสามารถเคลือบอยู่บนผิวกระจกตาได้นาน

ผู้ป่วยตาแห้ง จะมีอาการระคายเคืองตา, แสบตา, ตาแดง, เจ็บตา, ตาพร่า และ เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตาตลอดเวลา เป็นต้น แต่สามารถมองเห็นชัดเจนขึ้นได้ด้วยการกระพริบตา เพื่อทำให้มีน้ำตาไหลออกมามากขึ้นอาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ ของวัน หรือ ตอนที่ใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานาน

วิธีการรักษา สามารถทำได้ 2 วิธี คือ หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา เช่น หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีฝุ่น ควัน แสงจ้า และลมร้อนแห้ง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรมีการพักสายตาเป็นระยะ อาจเป็นการเข้าที่ร่ม หรือ กระพริบตาบ่อย ๆ หลับตาพักผ่อนให้น้ำในตากลับมาชุ่มชื้น

อีกวิธีหนึ่ง คือ การใช้น้ำตาเทียมเพื่อบรรเทาอาการน้ำตาเทียมมีมากมายหลายชนิดในท้องตลาด มีทั้งชนิดที่ผสมสารกันเสีย ( Preservative ) และกลุ่มที่ไร้สารกันเสีย ( Preservative - Free ) และมีทั้งที่เป็นน้ำและเป็นเจล ก่อนรับน้ำตาเทียมมาใช้ ควรผ่านการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ หรือ เภสัชผู้จ่ายยาก่อน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ระดับความรุนแรงของอาการตาแห้งและนำไปสู่การจ่ายน้ำตาเทียมที่ถูกต้องกับอาการได้

ผู้มีอาการตาแห้ง จะไม่สามารถเข้ารับการตรวจวัดสายตาได้ เนื่องจากอาจทำให้ค่าของสายตา และผลการวินิจฉัยนั้นคลาดเคลื่อนและเปลี่ยนแปลง ทำให้แว่นตาที่ผลิตออกมานั้นไม่สามารถช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง ทางศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติกใส่ใจในผู้เข้ารับบริการทุกท่าน และคาดหวังให้ทุกท่านได้รับการบริการที่มีคุณภาพและน่าประทับใจมากที่สุด

หากต้องการเข้ารับการตรวจวัดสายตา แนะนำให้ทำการนัดล่วงหน้าอย่างน้อย 1-3 วันทำการ เพื่อให้ได้รับคุณภาพการบริการในระดับที่สูงสุด ทางศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติกจะได้ให้การแนะนำวิธีการดูแลดวงตา และวิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตัดวัดสายตา เพื่อผลลัพธ์ระดับสูงสุดแบบเฉพาะเจาะจงกับทุกท่าน

สามารถอ่านบทความและความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับ อาการตาแห้ง ได้ที่นี่ค่ะ :
https://www.isoptik.com/th/article/eyecare/452

คำยืนยันจากผู้ใช้

คุณหน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์

คุณหน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์

ผู้สร้างภาพยนตร์ บุพเพสันนิวาส ๒ และ ละครพรหมลิขิต

แว่นที่ดี สำคัญมากกับการดำเนินชีวิต ดีใจที่เจอแว่นที่ถูกใจ ก็เหมือนกับบุพเพสันนิวาส ทำให้เราทำงานได้อย่างมีความสุขค่ะ

อ่านต่อ
นายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง

นายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง

หัวหน้าหน่วยจุลศัลยกรรมโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์

ใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกแล้ว ทำให้เหนื่อยน้อยลง มีพลังในการทำงานมากขึ้น และมีความสุขเพิ่มขึ้นในการใช้ชีวิต ครับ

อ่านต่อ

รวมคำยืนยันจากผู้ใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะ 3 มิติ เฉพาะบุคคล อย่างยิ่งยวด สะท้านโลกา

เลนส์แว่นตาไอซอพติก มีจำหน่ายที่
ศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติก เท่านั้น
โปรดระวังการแอบอ้าง

go to top
คุณภาพการมองเห็นมีผลกับ คุณภาพชีวิตอย่างไร ?