แว่นตาไอซอพติกโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติก คุณภาพการมองเห็นในระดับสูงสุด

เรามองดูด้วยตาแต่ว่ามองเห็นด้วยสมอง เมื่อเรามองดูด้วยตาแล้วภาพไม่ชัด สมองก็จะสั่งให้เพ่งจนกว่าจะชัด หรือถ้ายังไม่ชัดก็อยู่ในภาวะที่เราเรียกว่า มัวน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยสมองจะทำการควบคุมให้มีการเพ่งอย่างสุดกำลังเพื่อให้มองเห็นภาพได้ชัดที่สุด และจะคงความเพ่งนั้นเอาไว้เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือมัวน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เอาไว้อย่างนั้นให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นี่คือกระบวนการที่เกิดขึ้น

ต้องเข้าใจก่อนว่าในแต่ละวันเราไม่ได้ใช้สายตาเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมง ในโลกนี้เรามีคนน้อยมากที่ใช้สายตาน้อยกว่า 1 ชั่วโมง เฉลี่ยคนเรานอนประมาณวันละ 8 ชั่วโมง ซึ่งจะเหลืออีก 16 ชั่วโมง ใน 16 ชั่วโมงนี้ จะมีช่วงที่ทำกิจกรรมที่อาจจะไม่ได้ใช้สายตาอีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง ดังนั้นจะเหลือ 14 ชั่วโมง และคนเราจึงใช้สายตาโดยเฉลี่ยวันละ 14 ชั่วโมง โดยการใช้สายตาจะมี 2 ประเภท

  1. การใช้สายตาสำหรับคนที่ทำงาน หรือเรียน หรือต้องใช้ความคิด โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ แบบที่ใช้สายตาไปด้วยแล้วก็ต้องใช้ความคิดไปด้วย กับ ใช้สายตาอย่างเดียวแต่ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมากมาย เช่น ทำกับข้าว เล่นกีฬา งานอดิเรกที่ไม่ได้ใช้การประมวลผลของสมองมากนัก
    1. กลุ่มที่ต้องใช้สายตาและใช้สมองร่วมกัน แบ่งออกเป็น กลุ่มที่ใช้สายตา และสมองร่วมกัน แต่เป็นการใช้สายตากับกระดาษหรือวัตถุใดๆ ซึ่งไม่ได้มีการแสดงผลเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีจอภาพ ไม่มีการเต้นของภาพ กับ กลุ่มที่ต้องใช้สายตากับจอคอมพิวเตอร์ จอมือถือ จอแท็บเล็ต จอทีวี อยู่ตลอดเวลา ใน 2 กลุ่มนี้ สายตาจะทำงานหนักไม่เหมือนกัน

เวลาเราดูจอโทรศัพท์หรือจอโทรทัศน์ที่ผ่านการปรับสัญญาณภาพของสมองแล้ว ภาพก็จะดูสวยงาม และก็ดูคล้ายๆ กับเป็นภาพปกติ แต่นั่นเป็นภาพที่ผ่านการทำงานอย่างหนักของสมองแล้ว แต่ถ้าเป็นภาพที่ไปตกที่จอประสาทตาจะเป็นภาพก่อนปรับ จะเป็นภาพการที่เราเห็นคือ จะมีการเต้นของภาพ ภาพจะไม่ชัด ตัวอักษรไม่คม ถ้าเราจับด้วยกล้องวีดีโอ เราจะเห็นชัดเลยว่าการเต้นของภาพบนจอโทรทัศน์ จอมือถือ จอ laptop จอแท็บเล็ต เราจะเห็นชัดเจนเลยว่าภาพมันมีการเต้น กระตุก ที่เขาเรียกภาษาอังกฤษที่เราเรียกว่า Refresh Rate ( การกระพริบของของของจอ ) ซึ่งจะมีอยู่ปกติก็จะอยู่ในระดับประมาณ 60 ครั้งต่อวินาที หรืออาจจะละเอียดกว่านั้น ในจอบางรุ่น

ปกติถ้าเราเปรียบเทียบความเมื่อยล้า ภาระการทำงานของสมอง ระหว่างการที่เราจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์กับเราดูเอกสาร เวลาเราดูคอมพิวเตอร์เราต้องเพ่ง สมองต้องทำงานหนักมากกว่าการดูกระดาษถึง 10 เท่า คนที่รู้เคล็ดลับนี้จะพยายามหลีกเลี่ยงการทำงานกับหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยตรง ด้วยการพิมพ์ใส่กระดาษ แล้วจึงอ่าน ซึ่งจะสบายตากว่าเยอะ

ปัจจุบันในหลายๆ อาชีพไม่สามารถที่จะพิมพ์แล้วมาอ่านบนกระดาษได้ เพราะการทำงานอย่างจะแข่งกันเป็นเสี้ยววินาที สิ่งที่ผมต้องการจะบอกคือ ในเวลาที่เราต้องใช้สายตากับคอมพิวเตอร์ สมองเราต้องทำงานหนัก และต้องใช้ความคิด ในขณะเดียวกันถ้าเกิดความสามารถในการเพ่งของเราไม่เพียงพอ ซึ่งจะเกิดขึ้นกับเราเวลาเราอายุ 40 ปีขึ้นไป และเราใส่แว่นตาที่คุณภาพไม่ดีพอ หรือ ไม่ได้ออกแบบเฉพาะเจาะจงเข้าหาตัวเรา เราต้องฝืนเพ่งเข้าหาแว่นตาที่ไม่ใช่ตัวเรา และต้องฝืนเพ่งเข้าหาจอคอมพิวเตอร์ ดังนั้นในกลุ่มที่ใช้สายตากับคอมพิวเตอร์จึงมีปัญหามาก เกิดอาการเหนื่อยล้า ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ด้วยแว่นโปรเกรสซีฟ ปกติแว่นตาโปรเกรสซีฟส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานทั่วไป ไม่ได้รองรับการใช้งานกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจจะใช้ได้ประมาณ 5-15 นาที ถ้าใช้นานกว่านี้ก็จะเริ่มไม่สบายตา ดังนั้นเขาจึงต้องสร้างแว่นตาที่เป็นแว่นคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะออกมา หรือ เป็นแว่นระยะใกล้สำหรับใช้กับคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ เนื่องจากแว่นโปรเกรสซีฟที่ราคาแพง ไม่สามารถที่จะใช้งานตรงนี้ได้ ใช้แล้วไม่สบายตา ต้องฝืนเกร็งต้นคอ แล้วก็ต้องขยับศีรษะหาจุดชัดอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากมีโซนกลางที่แคบ จะต้องแหงนหน้าเพื่อที่จะโฟกัสภาพในระยะประมาณ 80 เซนติเมตร เนื่องจากระยะโซนดูคอมพิวเตอร์อยู่ต่ำมาก ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่สบาย และจะมีการสลับแว่นไปสลับแว่นมา ซึ่งถ้าเกิดไม่สลับแว่นเวลาทำกิจกรรมอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใชคอมพิวเตอร์ มันจะเป็นการกระตุ้นให้สายตายาวระยะใกล้เป็นมากขึ้นก่อนวัยอันควร ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก และไอซอพติกเป็นที่เดียวที่สร้างแว่นตาโปรเกรสซีฟให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน สามารถที่จะใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟชัดทุกระยะเพียงอันเดียว ซึ่งสามารถที่จะรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์ดิจิตอลได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องเปลี่ยนแว่นไปมา

หลายคนคงจะมีคำถามว่า “ แว่นโปรเกรสซีฟจากที่อื่นก็สามารถที่จะใส่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องเปลี่ยนเหมือนกัน ” แนะนำให้มาลอง ผมรับรองว่าไม่เหมือนกัน เพราะว่าประสิทธิภาพการทำงานของสมองตลอดทั้งวันไม่เท่ากัน แว่นตาของไอซอพติกถูกสร้างขึ้นมาให้คนแต่ละคนใช้สายตาได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันในทุกกิจกรรม โดยที่มีพลังสมองเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้มีระดับสติปัญญาสูงขึ้น ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นแต่เหนื่อยน้อยลง

แว่นโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้แต่ละคนมีอิสระในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ด้วยการสร้างแว่นที่ใส่สบายที่สุด เป็นธรรมชาติที่สุด ให้ภาพสมจริงที่สุด ใส่สบายเหมือนกับแว่นตาเป็นส่วนหนึ่งของอวัยะในร่างกาย เหมือนกับไม่ได้ใส่แว่น คนส่วนใหญ่มักมีปัญหาเรื่องใส่แว่นแล้วแว่นไหลลง ต้องคอยขยับแว่นให้เข้าที่ตลอดเวลา เพราะว่าแว่นไม่ได้ตำแหน่ง ใส่ไม่สบาย ต้องคอยขยับหาระยะโฟกัส ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อมาที่ไอซอพติก เพราะเราสร้างกรอบแว่นเฉพาะบุคคล และเลนส์เฉพาะบุคคล เราสร้างแว่นเฉพาะบุคคลที่เป็นผลงานที่สร้างขึ้นมาสำหรับผู้ใช้แต่ละคนให้ใส่สบายที่สุด มองเห็นภาพได้ชัดทุกระยะในเสี้ยววินาทีมากที่สุด มีพลังสมองเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ใส่แล้วสนุกสนานกับการใช้ชีวิตได้มากที่สุด มีข้อจำกัดน้อยที่สุด

คำยืนยันจากผู้ใช้

คุณหน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์

คุณหน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์

ผู้สร้างภาพยนตร์ บุพเพสันนิวาส ๒ และ ละครพรหมลิขิต ★ ★ ★ ★ ★

แว่นที่ดี สำคัญมากกับการดำเนินชีวิต ดีใจที่เจอแว่นที่ถูกใจ ก็เหมือนกับบุพเพสันนิวาส ทำให้เราทำงานได้อย่างมีความสุขค่ะ

อ่านต่อ
นายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง

นายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง

หัวหน้าหน่วยจุลศัลยกรรมโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ★ ★ ★ ★ ★

ใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกแล้ว ทำให้เหนื่อยน้อยลง มีพลังในการทำงานมากขึ้น และมีความสุขเพิ่มขึ้นในการใช้ชีวิต ครับ

อ่านต่อ

รวมคำยืนยันจากผู้ใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะ 3 มิติ เฉพาะบุคคล อย่างยิ่งยวด สะท้านโลกา

เลนส์แว่นตาไอซอพติก มีจำหน่ายที่
ศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติก เท่านั้น
โปรดระวังการแอบอ้าง

go to top
คุณภาพการมองเห็นมีผลกับ คุณภาพชีวิตอย่างไร ?