รายการ Money Biz

พิธีกร 1 : กลับสู่ช่วงสุดท้ายของรายการ Money Biz วันนี้จะมาชวนคุยมุมมอง การทำธุรกิจที่น่าสนใจ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างแรงบันดาลใจทางธุรกิจให้กับคนรุ่นใหม่ด้วยค่ะ วันนี้เราได้รับเกียรติจาก คุณสมบูรณ์ นำทิพย์จันทราเจริญ กรรมการผู้จัดการศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติก หรือว่า ปรมาจารย์โบบิค่ะ

พิธิกร 2 : แน่นอนค่ะว่าหลาย ๆ คนอาจเคยรู้จัก Story ของคุณโบบิมาก่อนหน้านี้แล้วอยู่เหมือนกัน แน่นอนว่าพอเห็นคุณโบบิก็จะนึกออกเลย ว่ามาพร้อมกับแว่นตาที่มีคุณภาพเลยทีเดียว แต่ว่าหลาย ๆ คนอาจจะคงอยากรู้ ของที่มา ที่ไป ความเป็นมา ของการที่ชื่นชอบแว่น มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านนี้มายาวนาน มันเป็นมายังไงคะ

ปรมาจารย์โบบิ : ผมเกิดมาในครอบครัวซึ่งทำธุรกิจที่ตรวจวัดสายตาประกอบแว่น ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ตั้งแต่เล็กจนโตก็เห็นคุณพ่อทำแว่น และเห็นความตั้งใจของท่าน เวลาท่านทำแว่นแต่ละอันมีความตั้งใจที่สูง วันหนึ่งตอนผมอายุ 7 ขวบ มีลูกค้าท่านหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน แล้วคุยกับคุณพ่อผมว่า นายห้าง สว่าง แว่นที่ทำให้ผมใส่นี้ ใส่สบายมาก ผมไปทำที่อื่นก็ใส่ไม่สบายเหมือนกับแว่นที่นายห้างทำให้ผมใส่ แต่ถ้าเกิดนายห้างตายไป แล้วใครจะทำแว่นที่ดีแบบนี้ให้ผมใส่ คุณพ่อผมก็หัวเราะแล้วก็ชี้มาที่ผม ผมโผล่หัวขึ้นมาดูพอดี แล้วพ่อบอกว่า ถ้าผมตาย ลูกชายผมคนนี้จะทำแว่นที่ดีที่สุดให้ท่านใส่ไม่ต้องห่วง ผมเก็บเอาคำพูดของพ่อไปคิด จนฝัน คืนนั้นผมฝันเห็นคนจากทั่วทุกมุมโลก แต่งตัวมีภูมิฐาน ทั้งฝรั่ง แขก จีน ไทย นั่งเครื่องบินมา เพื่อจะทำแว่นกับผม เนื่องจากผมทำแว่นได้ดีที่สุดในโลก ผมตื่นขึ้นมา ตั้งแต่นั้นชีวิตผมก็เปลี่ยน คิดอยู่อย่างเดียวว่าทำยังไงถึงจะทำแว่นให้ออกมาได้ดีที่สุด หลังจากใช้เวลาหลาย 10 ปี คิดค้นพัฒนาต่อยอดขึ้นมา เพื่อจะตรวจวัดสายตาประกอบแว่นให้ใส่สบายที่สุด นั้นแหละครับ กว่าจะสำเร็จก็ใช้เวลาหลายสิบปี เหมือนกันครับ

พิธีกร 1 : แต่ถึงวันนี้ก็เรียกได้ว่า ที่พยายามมานั้นไม่เสียเปล่าเลย เพราะว่าก้าวเข้ามาถึงจุดที่เรียกว่า ประสบความสำเร็จ หลายคนก็รู้จัก ถ้าถามว่าถึงตอนนี้ สิ่งที่คุณโบบิได้กำลังทำอยู่ และกำลังจะเดินหน้าต่อไปด้วย มีอะไรบ้างคะ

ปรมาจารย์โบบิ : ตอนนี้ที่ทำแว่นได้ดีที่สุดในโลกเราทำได้แล้ว แต่ก้าวต่อไปของเรา เราพยายามที่จะรักษาคุณภาพการมองเห็นของคนเรา เอาไว้ให้ได้นานที่สุด ไม่ใช่เพียงแต่ว่าไปพัฒนาคุณภาพการมองเห็นของเค้าขึ้นมาให้ดีที่สุด แต่ต้องรักษาให้อยู่กับเค้าได้นานที่สุด ดังนั้นในการตรวจวัดสายตาประกอบแว่น มันไม่ได้หมายถึงแต่ทำแว่นอีกต่อไปแล้ว แต่มันหมายถึงการดูแลสุขภาพสายตาของเค้า และลูกหลานของเค้าที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งในปัจจุบันเราจะเน้นการดูแลสุขภาพสายตาแบบเชิงรุก เราจะไม่รอจนกระทั่งเป็นต้อหิน จนกระทั่งกล้ามสายตาหดเหลือแค่ 50% แต่เราจะทำหน้าที่เหมือนกับว่า ผู้ดูแลสุขภาพสายตาเบื้องต้น ตรวจวิเคราะห์ เตือนก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับดวงตา

พิธีกร 2 : จริง ๆ ดวงตาเป็นสิ่งที่สำคัญนะคะ ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหนก็ตามแต่ แต่ถ้ามาดูแล้วสิ่งที่ทำให้คุณโบบิ มีลูกค้าที่อยู่กับเรามาอย่างยาวนานด้วย และสนใจในเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เรานำเสนอแบบนี้ด้วย ถ้าไปดูกันแล้วสิ่งที่เป็นเทคโนโลยีสมัยก่อน กับเทคโนโลยีที่คุณโบบิใช้ในตอนนี้ มันมีความเจริญก้าวหน้า หรือว่ามีอะไรที่เป็นเทคโนโลยีที่เราใส่ใจมาก ๆ เลย

ปรมาจารย์โบบิ : ตัวเทคโนโลยีของเลนส์แว่นตา มันจะมีจุดเริ่มต้นอยู่ ที่เป็นหลักของเส้นแบ่งของเทคโนโลยี จะมีทั้งหมด 3 ช่วงเวลา ช่วงเวลาแรก เกิดจากเลนส์แว่นตาชั้นเดียว เมื่อประมาณ 700 ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงใช้อยู่ ปัจจุบันเทคโนโลยีเลนส์แว่นตาชั้นเดียวถือว่าล้าหลังที่สุดนะครับ ไม่เหมาะกับคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เลนส์แว่นตาชนิดที่สองก็คือ เป็นเลนส์แว่นตาสองชั้น ซึ่งคิดค้นโดย เบนจามิน แฟรงคลิน ซึ่งเป็นนักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ถ้าเราดูในแบงค์ธนาบัตร 100 US Dollar ก็จะเจอท่านอยู่ด้านหลัง ท่านเป็นคนคิดค้นเลนส์แว่นตาสองชั้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถมองไกล และมองใกล้ได้ แต่ก็ยังเจอปัญหาเพราะมันไม่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากในชีวิตของคนเราไม่ได้มีแต่การมองไกล กับใกล้ แต่มันมีระยะกลาง โดยเฉพาะเวลาเราใช้คอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงมีการพัฒนาเลนส์โปรเกรสซีฟขึ้นมา ซึ่งเลนส์โปรเกรสซีฟอัจฉริยะ จะเป็นเลนส์หลายชั้นไร้รอยต่อ ก็จะมีหลายกำลัง อย่างน้อยมี 10 กำลัง เป็นเลนส์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้เรามองได้ในแต่ละระยะได้อย่างสบายตา เพียงแต่ว่าเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟ เทคโนโลยีอื่นที่ขายกันอยู่ในราคาแพง ๆ ในปัจจุบัน มันก็มีข้อจำกัด เนื่องจากตัวผู้ใช้จะต้องฝืนปรับตัวเข้าหาโครงสร้างที่จำกัดของแว่น ทำให้บางคนใส่ไม่ได้เลย บางคนใส่ได้แต่ไม่สบาย ผมก็เลยหาวิธีที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ ด้วยการทำเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟที่เหมาะสำหรับแต่ละคน ด้วยการออกแบบเลนส์ขึ้นมาให้เข้ากับพฤติกรรมการใช้สายตาของแต่ละคน ตามการเหลือบตา การหันศรีษะ ลักษณะของการใช้สายตาอ่านหนังสือ ใช้แล็ปท็อป หรือใช้ PC เยอะ เพื่อที่จะออกแบบเลนส์ให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน ซึ่งตัวนี้มันเป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็สามารถออกแบบเลนส์ สามารถทำให้ใส่ได้สบาย สามารถทำให้คนในวัย 50 - 60 ปี สามารถกลับมามองเห็นได้ชัดทุกระยะ ในเสี้ยววินาที อย่างสบายที่สุด คล้าย ๆ กับตอนที่เค้าอายุ 30 มากที่สุด เทคโนโลยีปัจจุบันทำได้แล้วครับ

พิธีกร 1 : ถือว่าเป็นความก้าวหน้าด้วย และเป็นการที่เราได้ช่วยพยายามและช่วยกันคิดค้นขึ้นมาด้วย ปัจจุบันจากที่ตอนเด็กฝันเอาไว้ว่าลูกค้าของเรามาจากทั่วโลกเลย ถึงเวลานี้นั้นเป็นยังไงบ้างคะ

ปรมาจารย์โบบิ : ตอนนี้เรามีลูกค้าประมาณ 100 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่เค้าจะ Search เข้ามาทาง Internet ทางเว็บไซต์ของบริษัท บางคนก็ได้รับการแนะนำจากเพื่อน ๆ เขาก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจ เพราะว่า คนรวย คนมีเงินเค้าก็มีปัญหาเดียวกันทั่วโลก คือ เค้าพยายามทำแว่นมาหลายที่ จ่ายเงินไปจำนวนหลายแสนบาท แล้วก็ได้แว่นที่ใช้ไม่ดี คนพวกนี้พอรู้ว่ามีที่ ๆ ทำให้เค้าได้ ส่วนใหญ่ยอมบินมา แล้วก็ทำแว่น แล้วเที่ยวกรุงเทพต่อ แล้วก็กลับ

พิธีกร 1 : แว่นของคุณโบบินี้ ไม่ใช่เน้นแต่ด้านที่ใส่แล้วสบาย หรือเลนส์ที่มีคุณภาพที่ดี แต่ว่ารูปลักษณ์ของการออกแบบก็ทันสมัยด้วย

ปรมาจารย์โบบิ : ศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติกเราจะเน้นงานสั่งทำพิเศษ เราจะมีการวัดรูปศรีษะ วัดจมูก วัดช่วงตา วัดระยะหลังใบหู เพื่อให้ได้แว่นที่ใส่สบายที่สุด ส่วนใหญ่แว่นที่ใส่ตามท้องตลาดจะเป็นแว่นที่ทำให้ฝรั่งใส่ พอคนไทยเอามาใส่ จมูกของเรามันก็เล็ก ไม่ได้โด่งเหมือนของฝรั่ง เวลาใส่ส่วนใหญ่แว่นก็จะห้อยลงมาก็ใส่ไม่สบาย

พิธีกร 2 : ค่ะ แว่นทั่วไปพอใส่แล้วก็จะรู้สึกปวด ๆ รอบดวงตา เหมือนกัน นั่งสังเกตแว่นของคุณโบบิอยู่เหมือนกัน ว่ามีความโค้งตามรูปหน้า สามารถตรวจวัดได้เหมาะกับแต่ละคนเลย ทีนี้ความฝันก็ได้บรรลุ ตามสิ่งที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ตั้งแต่วัยเด็ก ๆ แล้วยังมีอะไรอีกในอนาคตที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ สำหรับศูนย์แว่นไอซอพติกค่ะ

ปรมาจารย์โบบิ : ศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติก ที่มีความฝันอยู่คือ ผมอยากเปิดศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติกใน 100 ประเทศทั่วโลก เพื่อพิสูจน์ให้โลกรู้ว่า คนไทยตรวจวัดสายตาประกอบแว่นโปรเกรสซีฟ ระดับไฮเอนด์ได้ดีที่สุดในโลก ตอนนี้เรากำลังระดมคน ระดมทุน ต้องการคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่จะเข้ามา ได้รับการฝึกอบรม ประจำตามแต่ละสาขา และก็ทำแว่นให้ดีที่สุดในโลก โดยฝีมือคนไทย เพื่อคนทั้งโลก ให้เค้าได้เห็นครับ

พิธีกร 2 : นี้ก็เป็นเรื่องราวอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าประทับใจ สำหรับคนไทย ที่บอกว่ามีความฝัน และแรงบันดาลใจตั้งแต่เด็ก ๆ เลย และทำให้เกิดเป็นจริงขึ้นมาได้ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติกแห่งนี้ก็โด่งดังไปทั่วโลกเลยทีเดียว ถ้าอยากจะให้มาตรฐานที่เป็นของคนไทยแบบนี้ก้าวไกลไปอีก ก็ลองมาพูดคุยดูได้กับทีมงานของคุณโบบิได้นะคะ ที่จะขยายสาขาออกไปยังต่างประเทศได้อีก วันนี้ต้องขอขอบคุณ ทางด้านของคุณโบบิ คุณสมบูรณ์ นำทิพย์จันทราเจริญ กรรมการผู้จัดการของศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติก ที่มาให้ข้อมูลกับเราในวันนี้ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ

คำยืนยันจากผู้ใช้

คุณหน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์

คุณหน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์

ผู้สร้างภาพยนตร์ บุพเพสันนิวาส ๒ และ ละครพรหมลิขิต ★ ★ ★ ★ ★

แว่นที่ดี สำคัญมากกับการดำเนินชีวิต ดีใจที่เจอแว่นที่ถูกใจ ก็เหมือนกับบุพเพสันนิวาส ทำให้เราทำงานได้อย่างมีความสุขค่ะ

อ่านต่อ
นายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง

นายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง

หัวหน้าหน่วยจุลศัลยกรรมโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ★ ★ ★ ★ ★

ใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกแล้ว ทำให้เหนื่อยน้อยลง มีพลังในการทำงานมากขึ้น และมีความสุขเพิ่มขึ้นในการใช้ชีวิต ครับ

อ่านต่อ

รวมคำยืนยันจากผู้ใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะ 3 มิติ เฉพาะบุคคล อย่างยิ่งยวด สะท้านโลกา

เลนส์แว่นตาไอซอพติก มีจำหน่ายที่
ศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติก เท่านั้น
โปรดระวังการแอบอ้าง

go to top
คุณภาพการมองเห็นมีผลกับ คุณภาพชีวิตอย่างไร ?