บทสัมภาษณ์ ปรมาจารย์โบบิ Money Biz ทาง Money Chanel

พิธีกร : การชื่นชอบแว่น ความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านนี้มีความเป็นมายังไงคะ ?

ปรมาจารย์โบบิ : ผมเกิดในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการวัดสายตาประกรอบแว่นตั้งแต่อยู่กับคุณพ่อ แต่เล็กโตขึ้นมาก็จะเห็นคุณพ่อทำแว่นล่ะ แล้วเห็นความตั้งใจของท่าน เวลาท่านทำแว่นความตั้งใจของท่านในการทำแว่นแต่ละอันสูง วันนึงตอนผมอายุ 7 ขวบ ก็มีลูกค้าท่านหนึ่งเดินเข้ามาในร้านแล้วก็คุยกับคุณพ่อผมว่า นายห้างสว่าง “แว่นตาที่ทำให้ผมใส่เนี่ย ผมใส่สบายตามาก ผมไปทำที่อื่นก็ใส่ไม่สาบายเท่ากับแว่นตาที่นายห้างทำให้ผมใส่ แต่ถ้าเกิดนายห้างตายไป แล้วใครจะทำแว่นที่ดีให้ผมใส่” นั่นแหละ คุณพ่อผมก็หัวเราะแล้วก็ชี้มาที่ผม ซึ่งผมก็โผล่หัวขึ้นมาดูพอดี

พิธีกร : ตอนนั้นอายุเท่าไรคะ ?

ปรมาจารย์โบบิ : ตอนนั้น 7 ขวบเศษ คุณพ่อก็ชี้มาที่ผมแล้วบอกว่าถ้าผมตาย ลูกชายผมคนนี้จะทำแว่นที่ดีที่สุดให้ท่านใส่ไม่ต้องห่วง ผมเก็บเอาคำพูดของพ่อเอาไปคิดจนฝัน คืนนั้นผมฝันเห็นคนจากทั่วทุกมุมโลก แต่งตัวภูมิฐานทั้งฝรั่ง แขก จีน ไทย นั่งเครื่องบินมาเพื่อจะมาทำแว่นกับผม เพราะผมทำแว่นได้ดีที่สุดในโลก เขาก็มา ผมตื่นขึ้นมาวันนั้นชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่นั้นมาคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำแว่นออกมาให้ได้ดีที่สุด หลังจากใช้เวลาหลายสิบปีที่จะคิดค้นพัฒนาต่อยอดขึ้นมาเพื่อจะหาวิธีตรวจวัดสายตาประกอบแว่นให้ใส่สบายที่สุด นั้นแหละกว่าจะทำสำเร็จก็ใช้เวลาหลาย 10 ปี เหมือนกันครับ

พิธีกร : ถึงตอนนี้สิ่งที่คุณโบบิได้กระทำอยู่ แล้วกำลังจะเดินหน้าต่อไปมีอะไรบ้างคะ ?

ปรมาจารย์โบบิ : คือตอนนี้เราสามารถทำแว่นที่ดีที่สุดในโลก เราทำได้แล้ว แต่ก้าวต่อไปของเรา เราพยายามที่จะรักษาคุณภาพการมองเห็นของคนเราเอาไว้ให้ได้นานที่สุด เราไม่ใช่เพียงแต่ว่าไปพัฒนาคุณภาพของเขาขึ้นมาให้ดีที่สุด แต่ต้องรักษาให้อยู่กับเขาให้ได้นานที่สุด ดังนั้น ในการวัดสายตาประกอบแว่น มันไม่ใช่แค่การทำแว่นอีกต่อไปแล้ว แต่มันหมายถึงการดูแลสุขภาพสายตาของเขา แล้วก็รวมถึงลูกหลานของเขาที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งปัจจุบันจะเน้นการดูแลสุขภาพสายตาแบบเชิงรุก เราจะไม่รอจนกระทั่งเป็นต้อหิน จนกระทั่งลานสายตาหดแคบลงเหลือแค่ 50% แต่เราจะทำหน้าที่เหมือนกับคำว่า Thai only eyes care หมายถึงว่า เป็นผู้ที่ดูแลสุขภาพสายตาเบื้องต้น ตรวจวิเคราะห์แล้วก็เตือนก่อนที่จะเกิดความเสียหายเกิดขึ้นกับดวงตา

พิธีกร : เทคโนโลยีสมัยก่อน กับเทคโนโลยีที่คุณโบบิใช้ในตอนนี้ มันมีความเจริญก้าวหน้าหรือมีอะไรคะ ?

ปรมาจารย์โบบิ : ตัวเทคโนโลยีของเลนส์แว่นตาจะมีจุดเริ่มต้นอยู่หลักๆ ที่เป็นหลักของเส้นแบ่งของเทคโนโลยี จริงๆ จะมีทั้งหมด 3 ช่วงเวลา ช่วงเวลาแรก เกิดจากเลนส์แว่นตาชั้นเดียว เราเริ่มกันมาประมาณ 700 ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน ปัจจุบันเทคโนโลยีของเลนส์แว่นตาชั้นเดียว ถือว่าล้าหลังที่สุด ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีอายุ ถ้าอายุเกิน 40 ปีเมื่อไหร่ เลนส์แว่นตาชนิดชั้นเดียวไม่เหมาะเลย เลนส์แว่นตาชนิดที่สอง ก็คือ เป็นเลนส์แว่นตาสองชั้น ซึ่งคิดค้นโดย เบนจามิน แฟรงคลิน ซึ่งเป็นนักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ซึ่งถ้าเราดูในแบงค์ธนบัตร 100 US ดอลลาร์ ก็จะเจอท่านอยู่ด้านหลัง ท่านก็เป็นคนคิดค้นเลนส์แว่นตาสองชั้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถมองไกลแล้วก็มองใกล้ได้ แต่ก็ยังคงเป็นปัญหาเพราะมันไม่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากว่าในชีวิตการมองของคนเราไม่ได้มีแค่ไกลกับใกล้ แต่มันมีระยะกลาง เวลาเราใช้คอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงมีการพัฒนาเลนส์โปรเกสซีฟขึ้นมา ซึ่งเลนส์โปรเกสซีฟจะเป็นเลนส์หลายชั้นไร้รอยต่อ ก็จะมีหลายกำลัง มีกำลังอย่างน้อย มีสิบกำลังที่แตกต่างกัน ก็จะทำให้เรามองได้ในแต่ละระยะได้อย่างสบายตา เพียงแต่ว่าเลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟนี้เทคโนโลยีอื่นที่ขายกันอยู่ในราคาแพงในปัจจุบันมันก็มีข้อจำกัด เนื่องจากตัวผู้ใช้จะต้องปรับตัวเข้าหาโครงสร้างอันจำกัดของแว่น ทำให้บางคนใส่ไม่ได้เลย และบางคนก็ใส่ได้แต่ไม่สบาย ผมก็เลยหาวิธีที่จะแก้ปัญหาตรงนี้โดยการแว่นตาทำเลนส์โปรเกรสซีฟที่เหมาะสำหรับแต่ละคนด้วยการออกแบบ แล้วก็เลนส์ขึ้นมาให้เข้ากับพฤติกรรมการใช้สายตาของแต่ละคน เช่น การเหลือกตา การหันศีรษะ แล้วก็ลักษณะของการใช้สายตาอ่านหนังสือเยอะ หรือว่าการใช้ Laptop เยอะ PC เยอะ เพื่อที่จะออกแบบเลนส์ให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน ซึ่งตอนนี้มันเป็นเทคโนโลยีใหม่แล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็สามารถที่จะออกแบบเลนส์ที่สามารถทำให้สบาย สามารถทำให้คนในวัย 50-60 สามารถที่จะกลับมามองเห็นได้ชัดทุกระยะ ในเสี้ยววินาทีอย่างสบายที่สุด เหมือนกับคล้ายๆ กับคนอายุ 30 ให้ได้มากที่สุดเทคโนโลยีปัจจุบันทำได้แล้วครับ

พิธีกร : จากที่เด็กๆ ฝันเอาไว้ว่าลูกค้าของเรามาจากทั่วโลกเลย ถึงวันนี้แล้ว เป็นอย่างไรบ้างคะ ?

ปรมาจารย์โบบิ : ตอนนี้มีลูกค้ามาประมาณร้อยประเทศทั่วโลกแล้วครับ ส่วนใหญ่เขาจะ search เข้ามาในอินเตอร์เน็ต เข้ามาที่ Web Side ของบริษัท แล้วก็บางคนเขาก็จะได้รับคำแนะนำจากเพื่อนเขา ก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจครับ เพราะว่าจริงๆ คนรวย คนมีเงิน เขาก็มีปัญหากันทั่วโลก คือเขาพยายามจะทำแว่นมาหลายที่แล้ว และก็จ่ายเงินไปจำนวนหลายแสนบาท แต่ก็ได้แว่นที่ใช้งานได้ไม่ดี คนพวกนี้ถ้าพอรู้ว่ามีที่ๆ ทำให้เขาได้ ส่วนใหญ่ ก็ยอมบินมาทำแว่น แล้วก็เที่ยวกรุงเทพฯ ต่อแล้วค่อยกลับ

พิธีกร : แว่นของคุณโบบิก็จะเน้นไม่เพียงแค่ใส่แล้วสบายตาเนื่องจากเทคโนโลยี แต่ด้วยรูปลักษณ์และการออกแบบที่ทันสมัยด้วย ใช่มั๊ยคะ ? ปรมาจารย์โบบิ

ปรมาจารย์โบบิ : ศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติกของเราจะเน้นงานที่สั่งทำเป็นพิเศษ เราจะมีการวัดรูปศีรษะ วัดจมูก วัดช่วงตา และก็ระยะหลังใบหู เพื่อที่จะได้แว่นที่ใส่สบายที่สุด ส่วนใหญ่แล้วแว่นที่จำหน่ายในท้องตลาด ส่วนใหญ่ก็เป็นแว่นที่ทำให้ฝรั่ง พอคนไทยเอามาใส่ จมูกคนไทยไม่เหมาะ มันจะเล็กและก็ไม่ได้โด่งเหมือนฝรั่ง เพราะฉะนั้น เวลาใส่ส่วนใหญ่แว่นก็จะห้อยลงมา แล้วก็ใส่ไม่สบาย

พิธีกร : มีอะไรในอนาคตอีกคะที่เราวางแผนเอาไว้หรือว่าตั้งเป้าหมายเอาไว้ สำหรับศูนย์แว่นตาแห่งนี้บ้างไหมคะ ?

ปรมาจารย์โบบิ : ตัวศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติกเนี่ย ตอนนี้ความฝันที่มีอยู่ผมอยากจะเปิดศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติกในร้อยประเทศทั่วโลกนะครับ เพื่อพิสูจน์ให้โลกนี้รู้ว่าคนไทยตรวจวัดสายตาประกอบแว่นโปรเกรสซีฟ ระดับ High และ Top end ได้ดีที่สุดในโลก ทีนี้ตอนนี้กำลังระดมทุน ระดมคน คือเราต้องการหาหุ้นส่วน คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาหนะครับ รับการฝึกอบรมและก็สามารถที่จะออกไปประจำตามแต่ละสาขา ทำแว่นที่ดีที่สุดในโลกโดยฝีมือคนไทย เพื่อให้คนทั้งโลกได้เห็นครับ ปัจจุบัน ศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติก ได้ย้ายมาอยู่ อาคาร AIA CAPITAL CENTER ( AIACC ) ชั้น 2 โซนร้านค้าหน้าตึก ถ.รัชดาภิเษก เลยสถานทูตจีน 20 เมตร ติดกับ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แห่งใหม่ และ อยู่ก่อนถึงสถานีรถไฟฟ้า MRT สถานี ศูนย์วัฒนธรรม 120 เมตร เปิดวันอังคาร - วันเสาร์ เวลา 10:00 - 19:00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันจันทร์ โทรนัดเวลา : 086-565-5711 หรือ 086-970-0794 ( เพื่อให้ได้รับคุณภาพการบริการในระดับสูงสุด กรุณานัดล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันทำการ )

คำยืนยันจากผู้ใช้

คุณหน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์

คุณหน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์

ผู้สร้างภาพยนตร์ บุพเพสันนิวาส ๒ และ ละครพรหมลิขิต

แว่นที่ดี สำคัญมากกับการดำเนินชีวิต ดีใจที่เจอแว่นที่ถูกใจ ก็เหมือนกับบุพเพสันนิวาส ทำให้เราทำงานได้อย่างมีความสุขค่ะ

อ่านต่อ
นายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง

นายแพทย์ วิชิต ศิริทัตธำรง

หัวหน้าหน่วยจุลศัลยกรรมโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์

ใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะไอซอพติกแล้ว ทำให้เหนื่อยน้อยลง มีพลังในการทำงานมากขึ้น และมีความสุขเพิ่มขึ้นในการใช้ชีวิต ครับ

อ่านต่อ

รวมคำยืนยันจากผู้ใช้แว่นตาโปรเกรสซีฟอัจฉริยะ 3 มิติ เฉพาะบุคคล อย่างยิ่งยวด สะท้านโลกา

เลนส์แว่นตาไอซอพติก มีจำหน่ายที่
ศูนย์แว่นโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล ไอซอพติก เท่านั้น
โปรดระวังการแอบอ้าง

go to top
คุณภาพการมองเห็นมีผลกับ คุณภาพชีวิตอย่างไร ?