ผ่อน 0 % 10 เดือน

สามมิติสุดยอดมหัศจรรย์ของการมองเห็น

แชร์

โดย O.D.อรนุช ทวีกุล

ภาพด้านบน คุณรู้หรือไม่คะว่า คือ ภาพอะไร...?

ถ้าคุณยังมองไม่ออก เทคนิคง่าย ๆ คือ ให้คุณถือหนังสือนี้ห่างจากตัวคุณในระยะสุดปลายแขน ใช้มืออีกข้างจับดินสอปลายแหลมยื่นตรงไปข้างหน้าที่รูปวางอยู่ ( ให้ปลายดินสออยู่ชิดกับหนังสือ ) ตาคุณให้มองที่ปลายดินสอ คราวนี้ค่อย ๆ เลื่อนดินสอเข้าหาตัวคุณช้า ๆ ( ตายังจ้องที่ปลายดินสอ ) ค่อย ๆ เลื่อนดินสอเข้ามาเรื่อย ๆ คุณจะค่อย ๆ รับรู้ภาพที่วางอยู่ด้านหลัง มันเริ่มนูนขึ้นมาทีละเล็กละน้อย ใช่ค่ะสิ่งที่คุณเห็นก็คือ คำว่า EYE STRAIN ( สำหรับท่านที่อายุมากกว่า 40 ปี คงต้องใช้แว่นดูหนังสือ และถือหนังสือห่างจากตัว ประมาณ 40 ซม. และใช้วิธีการเดียวกันก็จะมองเห็นค่ะ )

แต่คุณเคยรู้หรือไม่ว่า การที่คุณเห็นภาพ 3 มิติได้ เป็นการบอกได้ว่า ระดับการมองเห็นของตาทั้ง 2 ข้าง มีระดับการมองเห็นที่ชัดใกล้เคียงกัน จึงทำให้คุณสามารถเห็นความนูน ความลึกหรือที่เราเรียกว่าสามมิตินี้ได้ และก็สำคัญมากด้วยในการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นการขับรถแซงคันหน้า การแหย่รูเข็ม หยิบปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะ การพัทกอล์ฟหรือแม้กระทั่งหมอฟันที่กรอฟันให้เรา ก็ต้องอาศัยการมองเห็นสามมิติด้วยกันทั้งนั้น

หากคุณยังไม่เชื่อว่าการมองเห็นสามมิติมีความสำคัญจริง ๆ ก็ลองใช้มือซ้ายหยิบปากกาขึ้นมา 1 ด้าม ตั้งปลายปากกาขึ้น ยืดแขนให้ห่างจากตัวคุณประมาณ 40 ซม. คราวนี้ลองหลับตาซ้าย แล้วใช้มือขวาหยิบปากกาอีก 1 ด้าม คุณลองเอาปากกามาวางไว้ ในระดับที่คุณคิดว่าเท่ากัน คราวนี้ลองลืมตาซ้ายดูซิคะว่า ปากกา 2 ด้ามอยู่ในระดับเดียวกันหรือไม่ เห็นหรือไม่คะว่า การมองด้วยตาเพียงข้างเดียวจะทำให้เราคำนวณระยะทางได้ผิดเพี้ยนไป ต่างจากการมองด้วยตา 2 ข้างแล้ววางดินสอให้อยู่ ณ ระดับเดียวกัน จะทำได้ง่าย และแม่นยำมากกว่า

กลไกการมองเห็นสามมิติ เป็นขบวนการที่ซับซ้อนของระบบการมองเห็น ซึ่งจะเริ่มมีพัฒนาการมาตั้งแต่คุณยังเป็นเด็กเล็ก ๆ อายุประมาณ 4 - 5 เดือน และก็มีพัฒนาการต่อเนื่องจนกระทั่งคุณอายุประมาณ 7 - 8 ขวบ ตอนนั้นคุณก็จะมีระดับการมองเห็นสามมิติใกล้เคียงกับวัยผู้ใหญ่ แต่มีข้อแม้ที่สำคัญก็คือ ตาทั้ง 2 ข้างของคุณจะต้องมีระดับการมองเห็นที่คมชัดและต้องเท่า ๆ กันด้วย คุณจึงจะสามารถมองเห็นสามมิติได้ดีที่สุด

กลไกการมองเห็นสามมิติ เริ่มตั้งแต่ตาทั้ง 2 ข้างของคุณต้องสามารถเบนเข้าหากันเพื่อมองวัตถุระยะใกล้หรือเบนห่างจากกันในลักษณะขนานเพื่อมองวัตถุระยะไกล ทั้งนี้เพื่อให้ภาพที่คมชัดตกลงบนจุดรับภาพที่คมชัดที่สุดที่จอประสาทตาของตาทั้ง 2 ข้างของคุณ คราวนี้สมองส่วนรับภาพก็จะทำหน้าที่รวมภาพจากตาทั้ง 2 ข้าง แล้วประมวลให้คุณเห็นเป็นภาพ ๆ เดียว แต่จากการที่คุณมองเห็นภาพมีความนูนลึก ก็เพราะภาพทั้งสองจะทับซ้อนกันได้ไม่สนิทนัก เพราะตาทั้งสองข้างของคุณอยู่ห่างกันเล็กน้อยนั่นเอง คุณก็เลยเห็นเป็นภาพที่มีความนูนหรือลึก ( ภาพสามมิตินั่นเอง )

ดังนั้นเราจึงมักพบว่ามีบางคนที่พยายามมองภาพสามมิติแต่ก็ไม่สามารถมองได้สักทีหรือมองได้แต่ช้ามาก ๆ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีระดับการมองเห็นของตาทั้งสองข้างแตกต่างกันมาก ( ตาสองข้างชัดไม่เท่ากัน ) หรือคนที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อตา เช่น ตาเหล่ออก เหล่เข้า หรือคนที่มีปัญหาตาขี้เกียจ ( Amblyopia ) ซึ่งเป็นผลจากพัฒนาการด้านการมองเห็นในวัยเด็กถูกขัดขวางนั่นเอง

สำหรับบางท่านที่มีสายตาทั้งสองข้างที่ชัดเป็นปกติ และเห็นชัดเท่า ๆ กัน แต่มองภาพสามมิติที่นำมาเป็นตัวอย่างนี้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องตกใจนะคะ ลองใช้เทคนิคที่แนะนำข้างต้นดู ฝึกฝนไปเรื่อย ๆ ก็จะสามารถทำได้เองค่ะ แต่ถ้ายังทำไม่ได้จริง ๆ ก็ลองถือหนังสือใกล้เข้ามาในระดับ 30 ซม. แล้วมองให้ทะลุผ่านไปด้านหลังของภาพก็จะมองเห็นได้เช่นกันค่ะ แต่ลักษณะการนูนของภาพจะต่างกันนะคะ ( ต้องใช้เวลาในการดูนานหน่อย จึงจะเห็นค่ะ )

คุณสามารถทดสอบระดับการมองเห็นของคุณได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ก็คือ การปิดตาทดสอบทีละข้างเพื่อดูว่าคุณมองเห็นได้ชัดเท่ากันหรือไม่ แต่ถ้าแตกต่างกันมาก คุณก็ควรจะเข้ารับการตรวจเช็คสายตาได้แล้วนะคะ เพื่อคุณภาพการมองเห็นที่เป็นเลิศ


สายด่วน อาจารย์โบบิ : 081-538-4200 ทุกวัน เวลา 11:00 น. - 19:00 น.

ศูนย์แว่นตาไอซอพติก : คุณภาพการมองเห็นในระดับสูงสุด

เปิดวันอังคาร - วันเสาร์ เวลา 11:00 - 19:00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันจันทร์

สอบถามข้อมูลและนัดวัดสายตา
โทร : 086-565-5711 , 086-970-0794 , 063-994-1998
( เพื่อให้ได้รับคุณภาพการบริการในระดับสูงสุด กรุณานัดล่วงหน้า 3 วัน )

LINE ID : @isoptik
Email : isoptik@gmail.com


บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คุณภาพการมองเห็นมีผลกับ คุณภาพชีวิตอย่างไร ?