ผ่อน 0 % 10 เดือน

ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดต้อกระจก 1

แชร์

โดย แพทย์หญิง อรทัย สุวรรณพิมลกุล จักษุแพทย์

ด้วยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน การผ่าตัดต้อกระจกเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างรวดเร็ว และปลอดภัย อย่างไรก็ตามโอกาสในการเกิดภาวะแทรกซ้อนยังคงมีอยู่บ้าง ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นมีได้ตั้งแต่เล็กน้อยซึ่งสามารถรักษาหายได้ หรือบางครั้งอาจรุนแรงจนทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้

จะขอกล่าวถึงภาวะแทรกซ้อนที่พบได้หลังผ่าตัดต้อกระจกดังนี้

  • ช่องหน้าลูกตาแบน ( flat anterior chamber )
  • กระจกตาบวม
  • เลือดออก
  • ความดันตาสูง
  • จุดรับภาพจอประสาทตาบวม
  • จอประสาทตาหลุดลอก
  • การติดเชื้อในลูกตา
  • เหลือค้างของต้อกระจก
  • ถุงหุ้มเลนส์ขุ่น

ภาพแสดงกายวิภาคของลูกตา : โดยปรกติจะต้องมีช่องหน้าลูกตา ( anterior chamber ) ซึ่งมีน้ำไหลเวียนอยู่ และป้องกันการติดกันระหว่างเลนส์ตา ( lens ) และกระจกตา ( cornea ) เนื่องจากว่าหากมีการติดกันของสองอวัยวะนี้จะทำให้เกิดการตายของเซลล์กระจกตาได้

ภายหลังการผ่าตัดต้อกระจกอาจพบภาวะช่องหน้าลูกตาแบนได้ ปัญหาที่พบบ่อย คือ จากแผลผ่าตัดมีการรั่วซึม ซึ่งหากการรั่วซึมเป็นเพียงเล็กน้อย และยังมีช่องหน้าลูกตาอยู่ อาจพิจารณาให้ยาร่วมกับการใส่คอนแทคเลนส์ เพื่อรอให้แผลติดเอง กรณีที่การรั่วซึมมากจนช่องหน้าลูกตาแบน หรือใช้คอนแทคเลนส์แล้วไม่ได้ผล แพทย์จะทำการเย็บปิดแผล เพื่อไม่ให้เกิดการถูกันระหว่างเลนส์เทียมกับกระจกตา และป้องกันโอกาสติดเชื้อจากแผลรั่วซึม
สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดช่องหน้าลูกตาแบน ได้แก่ การมีเลือดออกด้านหลังลูกตาหรือมีน้ำใต้ชั้น choroid

กระจกตาบวม ทำให้เกิดตามัวหลังการผ่าตัด ซึ่งเกิดได้จาก

  • ผู้ป่วยมีภาวะเซลล์กระจกตาเสื่อมอยู่ก่อน เมื่อมีการผ่าตัดเกิดขึ้น เซลล์กระจกตามีโอกาสเสื่อมมากขึ้น จนอาจทำให้กระจกตาบวมได้
  • การผ่าตัดใช้เวลานาน ในบางรายที่การผ่าตัดมีความยุ่งยากใช้เวลานานก็มีโอกาสทำให้เกิดกระจกตาบวมได้
  • ต้อกระจกแข็งมาก : กระบวนการผ่าตัดโดยปรกติย่อมต้องมีความร้อนเกิดขึ้นระหว่างการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง ยิ่งต้อกระจกแข็งมาก ความร้อนที่เกิดขึ้นย่อมมีมาก ซึ่งความร้อนที่เกิดขึ้นอาจมีผลกระทบต่อการทำงานของเซลล์กระจกตาเกิดกระจกตาบวม
  • ความดันตาสูง ซึ่งสาเหตุของความดันตาสูงจะกล่าวต่อไปในด้านล่างความดันตาที่สูงก็มีผลกระทบต่อการทำงานของเซลล์กระจกตาได้เช่นกัน

สำหรับการรักษาภาวะกระจกตาบวม แพทย์จะให้ยาเพื่อลดการอักเสบของเซลล์กระจกตา ซึ่งอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อให้เซลล์กระจกตาที่ถูกกระทบกระเทือน ฟื้นสภาพกลับมาทำงานได้ตามปรกติ กระจกตาที่บวมก็จะค่อยใสขึ้น และการมองเห็นก็จะดีขึ้นได้ ถ้ามีความดันตาสูงแพทย์ก็จะพิจารณาให้ยาลดความดันตาควบคู่ไปด้วย ในบางกรณีหากเซลล์กระจกตาถูกกระทบกระเทือนมากหรือผู้ป่วยมีเซลล์เสื่อมอยู่ก่อนผ่าตัด อาจทำให้กระจกตาบวมระยะยาวได้ ซึ่งกรณีเช่นนี้อาจต้องให้จักษุแพย์ด้านกระจกตาพิจารณาการรักษาขั้นต่อไป

ภาวะแทรกซ้อนข้ออื่น ๆ จะกล่าวในบทต่อไป


สายด่วน อาจารย์โบบิ : 081-538-4200 ทุกวัน เวลา 11:00 น. - 19:00 น.

ศูนย์แว่นตาไอซอพติก : คุณภาพการมองเห็นในระดับสูงสุด

เปิดวันอังคาร - วันเสาร์ เวลา 11:00 - 19:00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันจันทร์

สอบถามข้อมูลและนัดวัดสายตา
โทร : 086-565-5711 , 086-970-0794 , 063-994-1998
( เพื่อให้ได้รับคุณภาพการบริการในระดับสูงสุด กรุณาทำนัดล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ )

LINE ID : @isoptik
Email : isoptik@gmail.com


บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คุณภาพการมองเห็นมีผลกับ คุณภาพชีวิตอย่างไร ?