ผ่อน 0 % 10 เดือน

ตาแห้ง

แชร์

โดย แพทย์หญิง อรทัย สุวรรณพิมลกุล จักษุแพทย์

ตาแห้ง
ตาแห้งเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับตา สาเหตุมาจากความผิดปรกติของน้ำตา ซึ่งมีปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอหรือมีการระเหยของน้ำตาที่มากเกินไป ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ผิวกระจกตา และเกิดอาการไม่สบายตาหรือผลเสียต่อดวงตาต่าง ๆ ตามมาได้

น้ำตาสำคัญอย่างไร
น้ำตาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของดวงตา เพราะในสภาวะปรกติน้ำตามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา ช่วยให้มองเห็นภาพอย่างชัดเจน โดยปรับสภาพของกระจกตาให้แสงผ่านได้นำสารอาหาร และออกซิเจนมาเลี้ยงกระจกตา และรวมถึงเป็นด่านในการป้องกันการติดเชื้อ และสิ่งแปลกปลอม ดังนั้นหากน้ำตามีความผิดปรกติไปจะมีผลต่อดวงตาโดยเฉพาะกระจกตาด้วยเช่นกัน

น้ำตาประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน คือ

  • ไขมัน ทำหน้าที่ป้องกันการระเหยของน้ำตา
  • น้ำ ทำหน้าที่นำสารอาหารไปเลี้ยงที่กระจกตา
  • เมือก ช่วยให้น้ำตาสามารถเคลือบอยู่บนผิวกระจกตาได้นาน ซึ่งคุณสมบัติของสารเมือกที่สำคัญ คือ โซเดียมไฮยาลูโรเนต

ดังนั้นหากมีความผิดปรกติใดเกิดที่ชั้นน้ำตาก็จะส่งผลให้เกิดอาการตาแห้งได้

อาการ ผู้ป่วยตาแห้งจะมีอาการ ได้แก่ ระคายเคืองตา และแสบตา ตาแดง เจ็บตา ตาพร่า แต่เมื่อกระพริบตาจะมองเห็นชัดขึ้น น้ำตาไหลมาก รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา รู้สึกอยากพักสายตาอยู่บ่อย ๆ เป็นต้น และอาการมักจะเป็นมากในช่วงบ่าย ๆ หรือเย็น ๆ ของวัน หรือหลังจากมีการใช้สายตาเป็นเวลานาน
การตรวจโดยจักษุแพทย์อาจพบลักษณะน้ำตาที่ระเหยเร็วกว่าปรกติหรือมีจุดแห้งที่กระจกตาดำจากการย้อมสีพิเศษตรวจทางจักษุ

รูปแสดงจุดแห้งบนกระจกตาดำ เมื่อย้อมด้วยสีทางจักษุจะเห็นเป็นจุดสีเขียว ๆ ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่มีน้ำตาฉาบ

สาเหตุที่ทำให้ตาแห้ง พบว่ามีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดตาแห้ง

  • อายุ ยิ่งมีอายุเพิ่มขึ้น การสร้างน้ำตาจะลดลงไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเพศหญิงจะมีโอกาสเกิดได้มากกว่าเพศชาย ซึ่งเป็นผลจากฮอร์โมนบางอย่าง
  • ยา การรับประทานยาบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ เช่น ยาแก้แพ้
  • การใช้สายตาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ การอ่านหนังสือ
  • สิ่งแวดล้อม การอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละออง และควันต่าง ๆ มีลมแรงและแสงจ้า
  • คอนแทคเลนส์ ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์จะมีโอกาสเกิดตาแห้งได้มากกว่าคนปรกติ
  • โรคบางชนิด เช่น Sjogren’s syndrome , Steven - Johnson syndrome โรคเบาหวาน เป็นต้น

การรักษา

  • หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา เช่น หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นควัน มีแสงแดดจ้าหรือมีลมแรง หลีกเลี่ยงการให้พัดลมหรือแอร์เป่าหน้าโดยตรง และควรพักสายตาหากต้องทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง โดยอาจหลับตาเป็นพัก ๆ เพื่อให้ดวงตาชุ่มชื้น รวมถึงพิจารณาการใช้เครื่องทำความชื้นในที่ที่อากาศแห้งมาก
  • ใช้น้ำตาเทียมเพื่อบรรเทาอาการ น้ำตาเทียมมีมากมายหลายชนิดในท้องตลาด มีทั้งชนิดที่ผสมสารกันเสีย ( preservative ) และกลุ่มที่ไร้สารกันเสีย ( preservative - free ) และอาจมีทั้งที่เป็นน้ำหรือเป็นเจล

การเลือกใช้น้ำตาเทียมอย่างไร ควรที่จะได้รับการตรวจเพื่อดูความรุนแรงของภาวะตาแห้ง โดยทั่วไป คือ ถ้าอาการตาแห้งเป็นมาก และต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อยหรือนาน ควรใช้น้ำตาเทียมชนิดที่เป็น preservative - free มากกว่า สำหรับชนิดที่เป็นเจลแนะนำให้ใช้ในช่วงกลางคืนก่อนนอน เนื่องจากจะอยู่ได้นานกว่า และไม่รบกวนการมองเห็นเวลากลางวัน

http://www.usaeyes.org/images/lasik-eye-drop-jpg

รูปแสดงชนิดของน้ำตาเทียม : น้ำตาเทียมที่ไร้สารกันเสียจะมีลักษณะเป็นก้านเล็ก ๆ ติดกันเป็นแผง และให้เปิดใช้ภายใน 24 ชม. แล้วทิ้ง

การอุดรูระบายน้ำตาที่บริเวณหัวตาทำให้น้ำตาอยู่ในดวงตาเพิ่มขึ้น โดยวิธีการอุดมีทั้งแบบชั่วคราว และแบบถาวร โดยแพทย์มักแนะนำเมื่อไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการในข้อ 1 , 2 แล้ว

รูปแสดงตัวอย่างวัสดุที่ใช้ในการอุดรูระบายน้ำตาชั่วคราว ซึ่งวัสดุก็จะมีได้หลายรูปแบบ หลายชนิดในท้องตลาด


รูปแสดงการใส่วัสดุเพื่ออุดรูระบายน้ำตาที่บริเวณหัวตา


สายด่วน อาจารย์โบบิ : 081-538-4200 ทุกวัน เวลา 11:00 น. - 19:00 น.

ศูนย์แว่นตาไอซอพติก : คุณภาพการมองเห็นในระดับสูงสุด

เปิดวันอังคาร - วันเสาร์ เวลา 11:00 - 19:00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันจันทร์

สอบถามข้อมูลและนัดวัดสายตา
โทร : 086-565-5711 , 086-970-0794 , 063-994-1998
( เพื่อให้ได้รับคุณภาพการบริการในระดับสูงสุด กรุณานัดล่วงหน้า 3 วัน )

LINE ID : @isoptik
Email : isoptik@gmail.com


บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คุณภาพการมองเห็นมีผลกับ คุณภาพชีวิตอย่างไร ?