• หน้าแรก    English English   หัวข้อฯ update! หัวข้อฯ update!  แสดงรายนามสมาชิกฯ รายนามสมาชิกฯ  ระบบค้นหาข้อมูลภายใน ISOPTIK Board ค้นหา   Help! Help!
   สมัครสมาชิกแล้วใช้ได้ทันที สมัครสมาชิกแล้วใช้ได้ทันที   เข้าสู่ระบบ เข้าสู่ระบบ
Jump Menu 
ISOPTIK Eyecare : สาระน่ารู้เพื่อสุขภาพสายตา
 ISOPTIK : ISOPTIK Eyecare : สาระน่ารู้เพื่อสุขภาพสายตา
หัวเรื่อง หัวข้อสนทนา: การเลือกชนิดของเลนส์     ร่วมแสดงความคิดเห็นสร้างหัวข้อสนทนาใหม่
ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้อความ << หัวข้อก่อนหน้า | หัวข้อถัดไป >>
administrator
Admin Group
Admin Group
ภาพสัญลักษณ์

ร่วมเป็นสมาชิกเมื่อ: 25 January 2003
ตอบ: 239
แสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่: 21 April 2008 เวลา 22:43 | IP อ้างถึงข้อความของ administrator

การเลือกชนิดของเลนส์

โดย ดร.ปฐมา เชิดชูเกียรติสกุล

 

            เมื่อเราทราบลักษณะของสายตาเบื้องต้นไปแล้ว ทีนี้เราจะมาดูว่าเราจะแก้ไขสายตานั้นๆ ด้วยเลนส์แว่นตา  เรามีเลนส์แว่นตาชนิดใดให้เลือกใช้งานบ้าง และมีคุณสมบัติข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

            ขั้นแรกเราจะแบ่งเลนส์ออกเป็นเลนส์ชั้นเดียว(single vision) และเลนส์สองชั้น(bifocal lenses)หรือเลนส์หลายชั้น(progressive lenses) ตามสาเหตุของการเกิดสายตา นั่นคือ สายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง ที่เกิดจากวัตถุระยะไกลเมื่อผ่านกระจกตา(cornea) และเลนส์ตา(crystalline lens)แล้วภาพไม่โฟกัสหรือตกบนจอประสาทตาพอดี ไม่ว่าภาพจะตกก่อนหรือตกหลังจอประสาทตาเป็นเหตุให้เรามองเห็นไม่ชัดเจนโดยไม่ได้มีปัญหากับระบบปรับโฟกัสอัตโนมัติหรือที่เราเรียกว่า accommodation เราก็จะใช้เลนส์ชั้นเดียว(single vision)     ในกรณีที่มีปัญหาสายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง หรือแม้แต่มองไกลมีสายตาปกติแต่มีปัญหาระบบปรับโฟกัสอัติโนมัติทำงานไม่ปกติซึ่งจะมีผลทำให้เราอ่านหนังสือระยะใกล้ไม่ชัด ซึ่งโดยปกติปัญหาระบบปรับโฟกัสอัติโนมัติหรือ accommodation นี้มักจะเริ่มมีปัญหาในคนที่อายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ก็สามารถใช้เลนส์สองชั้น(bifocal lenses)หรือเลนส์หลายชั้น(progressive lenses) เพื่อแก้ไขสายตาที่แตกต่างกันในระยะไกลและระยะใกล้ได้

            เมื่อเราทราบว่าเราต้องการใช้เลนส์ชั้นเดียว(single vision) เลนส์สองชั้น(bifocal lenses)หรือเลนส์หลายชั้น(progressive lenses)แล้วต่อมาเราก็มาเลือกชนิดของวัสดุที่นำมาทำเลนส์ โดยหลักๆ ก็จะแบ่งเป็นเลนส์พลาสติกและเลนส์กระจก  การที่เราจะเลือกวัสดุของเลนส์นั้นสิ่งที่เราจะคำนึงถึงคือ ค่าสายตามากน้อยแค่ไหน, น้ำหนักของเลนส์, ความทนทานต่อการกระแทกของเลนส์   ปัจจัยที่ใช้ในการเปรียบเทียบวัสดุของเลนส์ได้แก่ ค่าดัชนีหักเหของเลนส์(refractive index), ความหนาของเลนส์, ค่า Abbe value, ค่าความทนทานต่อการกระแทก

            ความหนาของเลนส์ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาทำเลนส์  ถ้าวัสดุนั้นมีค่าดัชนีหักเหของเลนส์(refractive index)สูงก็จะสามารถทำเลนส์ได้บางกว่าในเลนส์ที่ใช้วัสดุที่มีค่าดัชนีหักเหของเลนส์(refractive index)ต่ำกว่าในค่าสายตาที่เท่ากัน   ในกรณีที่ค่าดัชนีหักเหของเลนส์(refractive index)เท่ากัน โครงสร้างของเลนส์ก็มีผลต่อความหนาของเลนส์ เลนส์ทั่วไปผิวของเลนส์จะเป็นแบบ spherical เมื่อเปรียบเทียบกับเลนส์ที่มีโครงสร้างแบบ aspheric   เลนส์ที่เป็น aspheric สามารถทำเลนส์ได้บางกว่า

 

            ชนิดของวัสดุที่นำมาทำเลนส์

            วัสดุที่นำมาทำเลนส์ ปัจจุบันมีมากมายหลากหลาย  มีให้เลือกเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อสมัยก่อนมากนัก และยิ่งจะมากขึ้นไปอีกในอนาคต ฉนั้นการที่เราจะเลือกใช้เลนส์ชนิดใดควรจะรู้คุณสมบัติของวัสดุนั้นๆ ด้วย เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้แว่นตา  เลนส์แว่นตาทั่วไปเรามักจะแบ่งเป็นเลนส์กระจกและเลนส์พลาสติก

 

            เลนส์กระจก(crown glass)

            วัสดุที่ใช้ทำแว่นตามาตั้งแต่ในอดีตเป็นร้อยปีได้แก่ เลนส์กระจก  กระจกเป็นวัสดุที่ทำเลนส์แว่นตาได้ดีเนื่องจากทนรอยขีดข่วนได้ดี และไม่เปลี่ยนหรือเสียรูปทรงตามสภาวะแวดล้อม  ข้อเสียของเลนส์กระจกคือ มีน้ำหนักมากและไม่ทนต่อแรงกระแทกทำให้ตกแตกได้  เลนส์กระจกใสทั่วไปทำจากกระจกที่เรียกว่า crown glass และมีดัชนีหักเหของเลนส์(refractive index) เท่ากับ 1.523 และเลนส์กระจกนี้มีค่า chromatic aberration ต่ำ

 

            กระจกไฮอินเด็กซ์(high-index glass)

            เป็นเลนส์กระจกที่มีดัชนีหักเหของเลนส์(refractive index)สูงกว่ากระจกธรรมดา  ทำให้ค่าสายตาสูงๆ ที่มีความหนาของเลนส์มากสามารถลดความหนาของเลนส์แว่นตาลงได้  กระจกที่มีดัชนีหักเห 1.6 มีให้เลือกใช้ทั้งที่มีโครงสร้างเลนส์เป็น spherical และ aspheric   และมีทั้งเลนส์ชั้นเดียว(single vision) และเลนส์หลายชั้น(progressive lenses)  นอกจากนี้ยังมีกระจกที่มีดัชนีหักเห 1.70 และ 1.90 สำหรับเลนส์ชั้นเดียว(single vision)ด้วย  แต่ว่ากระจกที่มีดัชนีหักเหสูงก็จะมีน้ำหนักมากกว่ากระจก crown glass ที่ปริมาตรเท่ากัน  ทำให้ต้องขัดเลนส์ให้บางเพื่อให้น้ำหนักเบาแต่ต้องหนาพอที่จะไม่แตกง่ายเกินไป ทำให้กระจกไฮอินเด็กซ์(high-index glass)นี้เหมาะกับค่าสายตาที่สูงเพื่อให้ได้เลนส์ที่เบาและบางกว่ากระจก crown glass และทนทานเพียงพอต่อการใช้งาน   กระจกไฮอินเด็กซ์(high-index glass)ทั่วไปมีค่า Abbe values ใกล้เคียงกับเลนส์ polycarbonate ซึ่งต่ำกว่า crownglass  ค่า chromatic aberration เราวัดในรูปแบบของ Abbe value ถ้าค่า Abbe value ต่ำกว่า  ค่า chromatic aberration จะสูงกว่า     chromatic aberration สูงจะทำให้เกิดการแตกสีของแสง ณ ที่ขอบเลนส์ เช่นถ้าเรามองผ่านขอบของเลนส์ไปยังสิ่งของที่เป็นขอบขาวดำตัดกัน เราอาจจะเห็นขอบขาวดำนั้นไม่ชัดเจน เห็นเป็นสีรุ้งที่ขอบขาวดำนั้น  แต่ว่าปัญหานี้เราสามารถแก้ไขให้ลดลงจนไม่เป็นปัญหาได้ ถ้าเราประกอบแว่นได้ให้อยู่ในตำแหน่งที่พอดี

 

            เลนส์พลาสติก

            CR-39

            โดยทั่วไปวัสดุที่ใช้ทำเลนส์พลาสติกคือ CR-39   CR-39 ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดย PPG Industries  “CR” ย่อมาจาก Columbia Resin และเลข 39 หมายถึงชนิดของ Columbia Resin ที่ใช้  แต่ก่อนเลนส์ CR-39 ใช้ทำเลนส์โดยไม่มีการเคลือบผิวป้องกันรอยเลยแต่ปัจจุบันเลนส์ CR-39 สามารถเคลือบผิวป้องกันรอยขีดข่วนด้วย ทำให้เลนส์ CR-39 ทนต่อการเป็นรอยมากขึ้น  เลนส์พลาสติกมีน้ำหนักประมารครึ่งหนึ่งของเลนส์กระจก crown glass และเลนส์ CR-39 ทนต่อการกระแทกของวัสดุที่มีคมและกระแทกด้วยความเร็วได้ดีกว่าเลนส์กระจก  ความทนทานต่อการกระแทกของเลนส์พลาสติกนั้นขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาใช้ทำเลนส์พลาสติกชนิดนั้นๆ ด้วย

 

            เลนส์พลาสติกไฮอินเด็กซ์(high-index plastics)

            เลนส์พลาสติก CR-39 มีค่าดัชนีหักเหของเลนส์(refractive index)ประมาณ 1.489  เป็นค่าดัชนีหักเหที่ต่ำที่สุดที่ใช้ในการทำเลนส์แว่นตา  สำหรับเลนส์สายตาสั้น(เลนส์ที่มีค่าเป็นลบ)ของค่าสายตาที่เท่ากันและมีความหนาตรงกลางเลนส์เท่ากัน เลนส์ที่มีดัชนีหักเหของเลนส์(refractive index)สูงกว่าจะทำให้ขอบของเลนส์บางกว่า  เลนส์พลาสติกไฮอินเด็กซ์จึงทำให้ได้เลนส์แว่นตาที่บางกว่าและเบากว่าเลนส์พลาสติก CR-39     เลนส์พลาสติกไฮอินเด็กซ์มีหลากหลายวัสดุให้เลือกใช้งาน ฉะนั้นเมื่อเลือกเลนส์พลาสติกไฮอินเด็กซ์จึงไม่ควรดูแต่ค่าดัชนีหักเหของเลนส์เท่านั้น ควรดูคุณสมบัติอื่นประกอบด้วยเช่น ความเบา, ความทนทานต่อการกระแทก, ความหนาของขอบเลนส์เมื่อเสร็จแล้ว, ค่า Abbe value     เลนส์พลาสติกไฮอินเด็กซ์มีให้เลือกใช้ทั้งดัชนีหักเหของเลนส์(refractive index) 1.6, 1.67, 1.70, 1.74 และ 1.76

 

 

            รังสีอุลตร้าไวโอเล็ต(รังสี UV)

            เมื่อเราเลือกชนิดของเลนส์, วัสดุของเลนส์ที่เราจะใช้งานได้แล้ว สิ่งที่ยังต้องคำนึงถึงอีกก็คือ เลนส์นั้นปกป้องดวงตาและช่วยในการมองเห็นของเรามากน้อยแค่ไหน

            แสงที่เราเห็นอยู่ทั่วไปนั้นมีส่วนที่ช่วยให้เรามองเห็นและมีส่วนที่เป็นอันตรายต่อดวงตาของเรา ช่วงของคลื่นแสงที่คนเรามองเห็นจะอยู่ในช่วงคลื่นความถี่ 380 nm ถึง 760 nm ส่วนคลื่นรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตจะอยู่ในช่วงคลื่นความถี่ต่ำกว่า 400 nm ซึ่งประกอบด้วย UVA, UVB, UVC       รังสีอุลตร้าไวโอเล็ตนี้จะถูกดูดซับโดยกระจกตา(cornea), เยื่อบุตาขาว(conjunctiva), เลนส์ตา(crystalline lens) ก่อนที่จะถึงจอประสาทตา   ฉะนั้นถ้าเราต้องอยู่ในที่มีรังสีUVมากเป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดอาการตาอักเสบจากรังสีUVได้  หรือในกรณีที่ได้รับรังสีUV สะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เกิดต้อกระจกได้  ดังนั้นการที่เราจะเลือกเลนส์แว่นตามาใช้งานเราควรคำนึงถึงความสามารถในการป้องกันรังสีUVของเลนส์ด้วย   ซึ่งเลนส์บางชนิดจะต้องสั่งเพิ่มเติมเพื่อให้กันรังสีUVได้ แต่เลนส์บางชนิดก็มีคุณสมบัติป้องกันรังสีUVในตัวของมันเอง

 

            การเคลือบผิวเลนส์

            เลนส์แว่นตานั้นมีการเคลือบผิวหลายชนิดเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้กับเลนส์แว่นตาให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ทนทานและสบายตามากยิ่งขึ้น ซึ่งการเคลือบผิวเลนส์แต่ละอย่างนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของเลนส์ด้วย

 

            Scratch-Resistant Coatings

            เนื่องจากเลนส์พลาสติกมีโอกาสเกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่าเลนส์กระจก ผู้ผลิตจึงพัฒนาขั้นตอนการเคลือบผิวพลาสติกขึ้นเพื่อให้ผิวของเลนส์พลาสติกแข็งขึ้นและทนต่อการขีดข่วนได้มากขึ้น การเคลือบผิวเลนส์ป้องกันการขีดข่วน Scratch-Resistant Coating หรืออาจเรียกอีกอย่างว่า การเคลือบผิวแข็ง Hard Coating

 

 

 

            Antireflection Coatings

            การเคลือบผิว AR เป็นการเคลือบชั้นบางใสบนผิวเลนส์  จุดประสงค์ในการเคลือบเพื่อลดการสะท้อนที่ไม่ต้องการบนผิวเลนส์ และเพิ่มปริมาณของแสงที่ผ่านเลนส์เข้าสู่ตามากขึ้น(การที่แสงสะท้อนกลับมากเท่ากับเปอร์เซ็นต์ของแสงที่ผ่านเลนส์ก็จะลดลง)     เปอร์เซ็นต์การสะท้อนกลับของแสงบนผิวเลนส์ขึ้นอยู่กับดัชนีหักเหของเลนส์  ถ้าเลนส์มีค่าดัชนีหักเหของแสงมาก  เปอร์เซ็นต์การสะท้อนกลับของแสงบนผิวเลนส์ก็มากตามไปด้วย  ด้วยเหตุนี้เลนส์ไฮอินเด็กซ์ทั้งหลายจึงควรเคลือบ antireflection coating เพื่อลดแสงสะท้อนที่น่ารำคาญเหล่านี้

 

Mirror Coating

            เป็นการเคลือบผิวหน้าของเลนส์ให้มีคุณสมบัติเหมือนกระจกเงา ทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถเห็นตาของผู้สวมใส่แว่นได้  จะเห็นเลนส์เป็นเหมือนกระจกเงาสะท้อนภาพของผู้ที่มองเข้ามา  แต่ผู้สวมใส่แว่นสามารถมองผ่านเลนส์ได้เหมือนปกติ  การทำ mirror coating นิยมทำร่วมกับการทำสีเลนส์เพื่อใช้เป็นแว่นกันแดดปกป้องดวงตาจากแสงแดด เพราะการทำ mirror coating เพียงอย่างเดียวไม่สามารถสะท้อนแสงเพื่อป้องกันแดดได้เพียงพอ

 

 

 

 

 

            The Photochromics lenses

            เลนส์แว่นตาที่เราใช้งานนั้นนอกจากเลนส์ใส หรือเลนส์ที่ทำสีแล้วยังมีเลนส์อีกชนิดหนึ่งที่เราเรียกว่า Photochromics lenses คือเลนส์ที่เปลี่ยนความเข้มของสีเลนส์เมื่อโดนแสงแดด  ซึ่งมีทั้งเลนส์กระจกและเลนส์พลาสติกให้เลือกใช้ และการเปลี่ยนสีความเข้มของเลนส์ขึ้นอยู่กับแสงUV ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนสีของเลนส์มากที่สุดขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ยิ่งแสงแดดแรงมากเลนส์ยิ่งเข้มมาก   และปัจจัยที่มีผลต่อความเข้มรองลงมาได้แก่อุณหภูมิ เมื่อเปรียบเทียบในที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าเลนส์จะเปลี่ยนสีได้ไม่เข้มเท่าในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า     Photochromics lenses ไม่เหมาะกับการใช้งานที่มีจุดประสงค์ต้องการใช้เป็นแว่นกันแดดในการขับรถยนต์ เนื่องจากเวลาที่นั่งอยู่ในรถยนต์ตัวเลนส์ไม่โดนแสงแดดทำให้เลนส์ไม่เปลี่ยนสีเข้มขึ้น

 

            เมื่อเราได้รู้เรื่องเกี่ยวกับชนิดของเลนส์ไปพอสมควรแล้วคราวหน้าที่เราจะเลือกแว่นสำหรับใช้งานสักอันหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เลือกเลนส์แว่นตาได้เหมาะสมกับการใช้งานได้มากขึ้น

กลับขึ้นด้านบน เปิดดู administrator's  ข้อมูลส่วนตัว ค้นหาข้อความอื่นที่แสดงความเห็นไว้โดย administrator ส่งข้อความส่วนตัว จัดเก็บไว้ในสมุดรายนามสมาชิก (Buddy List)
 

หากท่านต้องการร่วมแสดงความเห็นในหัวข้อสนทนานี้ ท่านจำเป็นจะต้องทำการ login
หากท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิกฯ กรุณาทำการ สมัครสมาชิกฯ

  ร่วมแสดงความคิดเห็นสร้างหัวข้อสนทนาใหม่
รูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์ รูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์

ท่าน ไม่สามารถ สร้างหัวข้อสนทนาใหม่ได้
ท่าน ไม่สามารถ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบข้อความของท่านได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความของท่านได้
ท่าน ไม่สามารถ สร้างแบบสำรวจความคิดเห็นได้
ท่าน ไม่สามารถ ร่วมลงคะแนนในแบบสำรวจความคิดเห็นได้

Powered by Web Wiz Forums version 7.01
Copyright ©2001-2003 Web Wiz Guide

Translated By Travelbookingcenter.com

ใช้เวลาในการประมวลผลทั้งหมด .0840 วินาที

Netdesign Board BY NetdesignHost.com