หน้าแรก • โรคงูสวัดกับดวงตา

โดย แพทย์หญิง อรทัย สุวรรณพิมลกุล จักษุแพทย์

โรคงูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Varicella Zoster เป็นไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใสซึ่งเป็นการติดเชื้อครั้งแรกไวรัสตัวนี้ เมื่อถูกกระตุ้นจากภาวะที่ร่างกายอ่อนแอก็จะแสดงอาการออกมาเป็นงูสวัด

โรคงูสวัดที่เกิดอาการแสดงที่ดวงตาเราเรียกว่า Herpes zoster ophthalmicus เกิดจากเมื่อติดเชื้อครั้งแรกแล้วร่างกายไม่สามารถกำจัดตัวไวรัสได้หมด ตัวเชื้อจึงไปซ่อนที่ปมประสาทคู่ที่ 5 ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่บริเวณดวงตา พบภาวะนี้ได้ประมาณ 10 - 25 % ของโรคงูสวัดทั้งหมด เมื่อมีอาการงูสวัดที่ดวงตาจะทำให้เกิดภาวะอักเสบเรื้อรังในลูกตา อาจสูญเสียการมองเห็น และมีอาการปวดตามเส้นประสาทรอบดวงตาได้

ความชุกของโรคงูสวัดในอเมริกาพบได้ประมาณ 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งประมาณ 250,000 คน จะมีภาวะนี้ที่บริเวณดวงตา และความชุกของโรคจะเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยพบมากที่สุดที่อายุประมาณ 70 ปี

ปัจจัยเสี่ยง

ผู้ที่เป็นโรคงูสวัดมักเกี่ยวพันกับการมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้แก่

  • อายุมาก มักทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอจึงพบงูสวัดได้บ่อยกว่าหนุ่มสาว
  • โรคเอดส์
  • การได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

อาการ

ผู้ที่เป็นงูสวัดมักมีประวัติเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน ในบางรายอาจพบภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องร่วมด้วย
อาการเริ่มแรกมักมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ปวดแสบร้อนตามเส้นประสาทที่จะเกิดงูสวัด ซึ่งมักจะเกิดอาการเหล่านี้ประมาณ 1 - 4 วัน ก่อนที่จะมีตุ่มผื่นขึ้น ลักษณะตุ่มจะเริ่มจากเป็นตุ่มน้ำใส ต่อมากลายเป็นตุ่มหนอง และตกสะเก็ดในเวลา 7 - 10 วัน เมื่อหายแล้วมักมีแผลเป็นกระดำกระด่างตามรอยเส้นประสาทได้ ถ้ามีการติดเชื้อซ้ำซ้อนจากแบคทีเรียร่วมด้วยมักทำให้เกิดแผลเป็นชัดเจน

สำหรับงูสวัดที่ดวงตาทำให้เกิดอาการปวดตา และรอบ ๆ ดวงตา ตาแดง ตามัว มีผื่นขึ้นที่รอบตา และเปลือกตา น้ำตาไหล อาจมีไข้ และปวดเมื่อยตัวร่วมด้วย

ผื่น และตุ่มน้ำจะพบได้ตามเส้นประสาทรอบดวงตาดังรูปด้านล่าง และจะกลายเป็นสะเก็ดในวันที่ 5 - 6 หากพบตุ่มน้ำลามมาถึงบริเวณปลายจมูกให้ระวังไว้ว่าจะมีภาวะอักเสบในลูกตาร่วมด้วย

การอักเสบในดวงตาจากงูสวัด

พบการอักเสบได้หลายตำแหน่งตั้งแต่เปลือกตา เยื่อบุตาขาว ตาขาว กระจกตาดำ ช่องหน้าลูกตา เส้นเลือดที่เลี้ยงประสาทตา ในน้ำวุ้นตา จอประสาทตา รวมถึงขั้วประสาทตา และเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อตา

ภาวะแทรกซ้อนจากการอักเสบจะทำให้เกิดแผลเรื้อรังที่กระจกตา อักเสบเรื้อรังที่ช่องหน้าลูกตา อัมพาตของเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อตา ปวดตามเส้นประสาทที่เลี้ยงลูกตา แผลเป็นที่เปลือกตาทำให้เปลือกตาผิดรูป

เปลือกตาและเยื่อบุตาขาว :

การอักเสบที่เปลือกตาพบได้บ่อย และอาจทำให้เกิดหนังตาตกจากที่บวมและอักเสบ ตุ่มน้ำที่ขึ้นรอบ ๆ เปลือกตา เมื่อหายอาจมีแผลเป็นได้บ้าง เยื่อบุตาอาจมีอาการแดงบวมได้ ดังรูปด้านล่าง

กระจกตา :

การอักเสบที่กระจกตาจะเป็นสาเหตุให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นได้ จะมีอาการตามัว ปวด และสู้แสงไม่ได้ การอักเสบเป็นได้ในทุกชั้นของกระจกตา


ภาพแสดงการอักเสบที่ชั้นนอกสุดของกระจกตา เห็นเป็นรอยแผลที่กระจกตาดำเป็นเส้นแขนงคล้ายกิ่งไม้ ซึ่งเกิดจากเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนใหญ่พบได้หลังจากเกิดตุ่มที่รอบดวงตาประมาณ 1 - 2 วัน มักเป็นแผลชนิดนี้นาน 4 - 6 วัน และอาจหายไปโดยมีรอยแผลเป็นที่กระจกตาดำหรือไม่มีก็ได้


ภาพแสดงการอักเสบที่เนื้อกระจกตา เห็นเป็นจุดขาว ๆ เกิดจากการตอบสนองของภาวะภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อการติดเชื้อ การอักเสบแบบนี้อาจเกิดเป็น ๆ หาย ๆ ได้


ภาพแสดงการอักเสบเป็นแผลเรื้อรังจากการที่เส้นประสาทที่เลี้ยงกระจกตาเสื่อม ทำให้การรับความรู้สึกที่กระจกตาเสียไป น้ำตาลดลง แผลหายยากกว่าปรกติ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องแผลเรื้อรังนี้อาจทำให้เกิดการติดเชื้ออื่น ๆ หรือกระจกตาบางลงจนทะลุได้


ภาพแสดงภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้องูสวัดที่กระจกตา เกิดแผลเป็นที่กระจกตา กระจกตาบางจนทะลุ

ช่องหน้าลูกตาและม่านตา :

พบมีม่านตาและช่องหน้าลูกตาอักเสบ ซึ่งทำให้ตามัวได้ ส่วนใหญ่มักเป็นไม่รุนแรง แต่อาจทำให้เกิดความดันตาสูงในช่วงที่มีการอักเสบ

จอประสาทตาและขั้วประสาทตา :

เชื้อไวรัสงูสวัดอาจทำให้เกิดการอักเสบที่จอประสาทตาได้เห็นเป็นรอยขาวดังรูปด้านล่างขวา ซึ่งอาจรุนแรงมากในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องมาก เช่น โรคเอดส์ รวมถึงทำให้เกิดจอประสาทตาลอก สูญเสียการมองเห็นถาวรได้ ส่วนภาพล่างซ้ายแสดงภาวะขั้วประสาทตาบวม

การรักษา

ผู้ที่เป็นงูสวัดรอบดวงตาควรได้รับการตรวจตาด้วยจักษุแพทย์ ส่วนการรักษา ได้แก่ การให้ยาต้านไวรัส ที่นิยม คือ acyclovir เป็นยากินประมาณ 7 - 10 วัน ยาตัวอื่น ๆ ได้แก่ Valacyclovir หรือ Famciclovir

สำหรับการอักเสบในลูกตาหากพบร่วมด้วยจักษุแพทย์จะพิจารณาว่าเป็นการอักเสบที่ส่วนใดของลูกตา และให้การรักษาตามตำแหน่งที่ตรวจพบการอักเสบ

PDF Download

Language

ไทยEnglishDeutsch中文日本語РусскийSvenskaFrançaisEspañolDutchالعربية

ศูนย์แว่นตาไอซอพติก แจ้งกำหนดปิดทำการประจำปี

เทศกาลปีใหม่ ปิดทำการ วันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม 2017 ถึง วันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2018 เปิดทำการตามปกติ วันอังคารที่ 9 มกราคม 2018 เวลา 11:00 น.

ฝึกอบรมพนักงานประจำปี 2018
ปิดทำการ วันอังคารที่ 13 ถึง วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม 2018
และจะเปิดทำการตามปกติ วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม 2018
เวลา 11:00 น. ถึง 19:00 น.

สายด่วน โทร : 081-538-4200

» รายละเอียดแผนที่และการเดินทาง

ศูนย์แว่นตาไอซอพติก
89 อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้น 2 ห้อง 208
ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400

เปิดวันอังคาร - วันเสาร์ เวลา 11:00 - 19:00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันจันทร์

สอบถามข้อมูลและนัดวัดสายตา
โทร : 086-565-5711 , 086-970-0794 , 063-994-1998
( เพื่อให้ได้รับคุณภาพการบริการในระดับสูงสุด กรุณานัดล่วงหน้า 3 วัน )

LINE ID : @isoptik
Website : www.isoptik.com
Facebook : www.facebook.com/isoptik
Email : isoptik@gmail.com

สายด่วน อาจารย์โบบิ โทร : 081-538-4200 ทุกวัน เวลา 11:00 น. - 19:00 น.
LINE ID : masterbobi
Facebook : www.facebook.com/masterbobi
Email : masterbobie@gmail.com


รับฟรี Blu - ray หรือ DVD ISOPTIK EYECARE วีดีโอรายการสุขภาพสายตาเพื่อคุณภาพการมองเห็นระดับไฮเอนด์ ของศูนย์แว่นตาไอซอพติก SMS ชื่อ - ที่อยู่ มาที่ 086-565-5711 , 086-970-0794 , 063-994-1998