Language

THAI ENGLISH GERMAN  CHINESE JAPANESE RUSSIA
SWEDISH FRANCAIS  ITALIANO SPANISH DUTCH ARABIC

สุขภาพสายตา

ความรู้คู่สายตา
จอประสาทตา
สายตาสั้น
ใครคือเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการวัด..
การเจริญเติบโตของลูกตาในเด็ก
ต้อหิน
การดูแลสุขภาพสายตาเบื้องต้น
ท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก
ภูมิแพ้เยื่อบุตา
ภูมิแพ้เยื่อบุตาชนิด vernal
การตรวจตาในเด็ก
การรักษาตาขี้เกียจ
ต้อเนื้อต้อลม
ตาแดงในเด็กแรกเกิด
สิ่งแปลกปลอมที่กระจกตา
อาการมองเห็นจุดดำ หรือลูกน้ำลอยไปมา
ความผิดปรกติของจอประสาทตาจากโรคเบาหวาน
ความสามารถในการมองเห็น
ต้อกระจก
ตาแห้ง
เส้นเลือดดำในตาอุดตัน
สารเคมีเข้าตา
ปัญหาเกี่ยวกับหนังตาที่พบได้บ่อย
การเปลี่ยนแปลงของดวงตากับการตั้งครรภ์ : 1
การเปลี่ยนแปลงของดวงตากับการตั้งครรภ์ : 2
กระจกตาติดเชื้อ
ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้คอนแทคเลนส์ : 1
ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้คอนแทคเลนส์ : 2
โรคจอประสาทตาเสื่อม : 1
เปลือกตาอักเสบ
ต้อกระจก และการรักษา
การวัดสายตาและการให้ค่าสายตาคนสายตาสั้น
สายตายาวผู้สูงอายุ (Presbyopia)
โรคงูสวัดกับดวงตา
การตรวจเบื้องต้น (Preliminary Tests)
ต้อหินจากการใช้ยา
จุดรับภาพจอประสาทตาเป็นรู
จอประสาทตาผิดปรกติในเด็กคลอดก่อนกำหนด
Computer vision syndrome
จุดรับภาพจอประสาทตาบวม
ต้อหินแต่กำเนิด
จอประสาทตาหลุดลอก
ตาแดงจากเชื้อไวรัส
ท่อน้ำตาอุดตัน
หนังตาตก
ต้อกระจกแต่กำเนิด
โรคเริมในดวงตา
มะเร็งจอประสาทตา

โรคตาแดง วายร้ายตามหลังน้ำท่วม

โดย แพทย์หญิง จุฬาลักษณ์ ตั้งมั่นคงวรกูล จักษุแพทย์ประจำศูนย์แว่นตาไอซอพติก

 

ประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน ช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนตุลาคมเป็นฤดูฝน ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยมีฝนตกชุกเนื่องจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น ทำให้ปีนี้เกิดวิกฤติน้ำท่วมในหลายจังหวัด ซึ่งภายหลังน้ำท่วมโรคทางตาที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ภาวะตาแดงระบาด โดยสามารถเกิดในทุกเพศทุกวัย ล่าสุดจังหวัด อุบลราชธานี พบว่าผู้ป่วยโรคตาแดงในช่วงน้ำท่วมปีนี้สูงถึง 3,608 คน

อาการของโรคตาแดง

ผู้ป่วยจะมีอาการเคืองตา คันและปวดตา สังเกตุว่าเยื่อบุตาขาวมีสีแดง มีน้ำตาไหล สู้แสงไม่ได้ มีขี้ตาแฉะ บางครั้งอาการของโรคที่รุนแรงนำไปสู่การมองเห็นที่ลดลงได้

สิ่งที่ตรวจพบ

โดยมากมักจะเริ่มในตาข้างนึงก่อนแล้วจึงเป็นตามมาในตาอีกข้าง
เปลือกตาอาจบวมแดง
เยื่อบุตาขาวกลายเป็นสีแดง มีตุ่มนูนที่เยื่อบุตา ตาแฉะ มีเยื่อเมือกเหลืองที่เยื่อบุตา และน้ำตาไหลมาก
มีฝ้าบริเวณกระจกตาดำ
อาจมีภาวะเจ็บคอ ไอ จาม หรือเป็นหวัดร่วม

  ตุ่มนูนบริเวณเยื่อบุตา    เยื่อบุตาขาวกลายเป็นสีแดง
ฝ้าขาวที่กระจกตา ทำให้การมองเห็นลดลง       ย้อมกระจกตาด้วยสีพิเศษโดยจักษุแพทย์

 

ตาแดงเกิดจากเชื้ออะไร

โดยมากโรคตาแดงที่พบตามหลังภาวะน้ำท่วมเกิดจากเชื้อไวรัสมากที่สุด รองลงมาคือเชื้อแบคทีเรีย
ชนิดของเชื้อไวรัสที่พบมากในประเทศไทยและแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ อะดีโนไวรัส (Adenovirus) ซึ่งมักระบาดในช่วงหน้าฝน และพบว่าระบาดอยู่ในกลุ่มชุมชน โรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก

อาการของการติดเชื้อไวรัสนี้ที่พบได้บ่อยมี 2  รูปแบบคือ

1. Pharyngoconjunctival fever เกิดจากเชื้อ adenovirus สายพันธุ์  3,4,7
ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะมีอาการเจ็บคอ มีไข้ ไอ มีน้ำมูก ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต และอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย หลังได้รับเชื้อจะมีระยะฟักตัวในร่างกาย 5-14 วันแล้วจึงแสดงอาการตาแดงทั้งสองข้าง และสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้นานถึง 2 อาทิตย์

 

2. Epidemic keratoconjunctivitis เกิดจากเชื้อa denovirus สายพันธุ์  8 อาการค่อนข้างรุนแรงกว่ารูปแบบแรก โดยมักจะมีอาการตาแดงข้างเดียวนำมาก่อน มีตุ่มคัน ตาแดง มีเยื่อบุตาขาวลอก และที่รุนแรงที่สุดคือทำให้เกิดฝ้าขาวบนกระจกตา ทำให้เกิดอาการตามัว และเห็นรุ้งกินน้ำรอบดวงไฟ

 

อีกเชื้อไวรัสอีกหนึ่งตัวที่เป็นข่าวโด่งดังเมื่อหลายปีก่อน จากดาราสาวที่มีอาการตาแดง น้ำตาไหลเป็นสีเลือด เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มพิโคน่าไวรัส (Piconavirus) ทำให้เกิดโรคตาแดงชนิด Acute Hemorrhagic conjunctivitis โดยจะมีอาการเยื่อบุตาขาวบวมแดง มีเลือดออกใต้เยื่อบุตา ร้องไห้แล้วพบว่าน้ำตามีสีแดงเหมือนเลือด

การตรวจเพื่อการวินิจฉัย

ปัจจุบันมีเครื่องมือตรวจพกพาที่สามารถใช้ในการยืนยันโรคตาแดงจากเชื้อไวรัสได้เช่น Adenoclone test, RPS Adeno Detector  แต่ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยเนื่องจากราคาต่อชุดค่อนค้างแพง และโดยส่วนมากสามารถวินิจฉัยได้จากการประวัติและตรวจตา

การแพร่เชื้อ

  1. จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยเช่น น้ำตา น้ำมูก ไอ จาม
  2. จากการใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วย เช่นผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ของเล่นเด็ก เครื่องสำอาง
  3. จากการสัมผัสน้ำที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนเช่น ในสระว่ายน้ำ หรือบ่อน้ำ
  4. จากสัตว์ที่เป็นพาหะเช่น แมลงหวี่  

ดังนั้นจึงมักระบาดในครอบครัว ชุมชน และโรงเรียนเนื่องจากมีการสัมผัสและใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคตาแดง   
จะเห็นได้ว่า เนื่องจากไวรัสนี้สามารถปนเปื้อนมากับแหล่งน้ำและน้ำสกปรก น้ำท่วมขังได้ดังนั้นจึงถือได้ว่าเป็นโรคระบาดที่เกิดตามหลังน้ำท่วม และเนื่องจากภาวะน้ำท่วมทำให้มีความจำเป็นที่คนต้องย้ายที่อยู่อาศัยมาอยู่รวม มีการสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด มีการใช้ของร่วมกัน กันทำให้เกิดการกระจายและแพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่นได้ง่าย

การรักษา

  1. เนื่องจากภาวะตาแดงจากเชื้อไวรัส มักจะหายเองได้ภายใน 1-2 อาทิตย์ (ยกเว้นมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน) และมักไม่ทำให้เกิดผลแทรกซ้อนที่ร้ายแรงเหมือนการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส  ดังนั้นเป้าหมายของการรักษาคือ การป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นและการบรรเทาอาการทางตา ควรพบจักษุแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษา และทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
  2. หลีกเลี่ยงการขยี้ตาเวลาคันหรือระคายเคือง ควรใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบเปลือกตาแทน จะช่วยลดอาการคันและเคืองตาได้
  3. ควรใส่แว่นกันแดด จะช่วยลดอาการแพ้แสงได้
  4. ควรพักการใช้สายตา งดการใช้สายตาระยะเวลานานๆเช่นการใช้คอมพิวเตอร์
  5. ไม่ควรซื้อยาในร้านขายยามาหยอดเอง ควรปรึกษาจักษุแพทย์

การป้องกัน
ข้อปฎิบัติสำหรับผู้ป่วยตาแดง

  1. ควรแยกผู้ป่วยโรคตาแดงออกจากผู้อื่นเช่น ให้หยุดโรงเรียนและหยุดงาน นาน 1 -2 อาทิตย์เพื่อป้องกันการกระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงอยู่ใกล้เด็กเล็ก
  2. ผู้ป่วยโรคตาแดงควรได้รับการแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น ผ่านทางการไอ จาม หรือสารคัดหลั่งต่างๆ
  3. ผู้ป่วยโรคตาแดงควรล้างมือให้บ่อยขึ้นโดยเฉพาะล้างมือหลังสัมผัสตา
  4. กระดาษหรือสำลีที่ใช้เช็ดตา ควรทิ้งในถังขยะที่ปิดมิดชิด
http://www.adenovirus.com/images/Sneezing-Is-A-Common-Symptom-Of-The-Common-Cold.jpg

ข้อปฎิบัติสำหรับบุคคลทั่วไป

  1. งดใช้ของร่วมกับผู้ป่วยที่มีตาแดงเช่น ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอน
  2. หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการใช้มือขยี้ตา
  3. กรณีโดนน้ำสกปรกเข้าตา ควรรีบล้างตาทันที

เอกสารอ้างอิง

  1. Krachmer. Cornea 3th edition
  2. Birthe Meyer et al. REVIEW ARTICLE : Epidemic Keratoconjunctivitis; The Current Situation and Recommendations for Prevention and Treatment