|
ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดต้อกระจก: ตอนที่3
โดย แพทย์หญิง อรทัย ชาญสันติ จักษุแพทย์ประจำศูนย์แว่นตาไอซอพติก
จะกล่าวต่อถึงภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดต้อกระจก
- จอประสาทตาหลุดลอก
- การติดเชื้อในลูกตา
จอประสาทตาหลุดลอก
พบได้ประมาณ 0.5-2.0% โดยมากจะพบในช่วง 6 เดือนแรกหลังผ่าตัดต้อกระจก

ปัจจัยเสี่ยงหลักของการเกิดภาวะนี้ได้แก่
- สายตาสั้นมากที่เกิดจากลูกตามีความยาวกว่าปรกติ คือมากกว่า 25 มิลลิเมตรขึ้นไป (โดยทั่วไปควรระมัดระวังในผู้ที่สายตาสั้นประมาณ -6.00 ขึ้นไป)
- มีบางส่วนของจอประสาทตาบางกว่าปรกติ (lattice degeneration)

บริเวณลูกศรชี้คือ จอประสาทตาที่มีการเสื่อมและบางกว่าปรกติ ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดจอประสาทตาฉีกขาดได้ หากตรวจพบภาวะนี้ แพทย์อาจพิจารณาเลเซอร์เพื่อป้องกันการเกิดจอประสาทตาฉี
- เคยมีประวัติจอประสาทตาฉีกขาดหรือจอประสาทตาหลุดลอกมาก่อน
- ประวัติคนในครอบครัวมีจอประสาทตาหลุดลอก
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวควรแจ้งแก่แพทย์ และควรมาติดตามการรักษาหลังผ่าตัดต้อกระจกตามที่แพทย์นัดหมาย หากมีความผิดปรกติเกิดขึ้น ก็จะได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว
การติดเชื้อในลูกตา Endophthalmitis
การติดเชื้อในลูกตาอาจเกิดแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรังก็ได้ ซึ่งถ้าอาการเป็นแบบเรื้อรังมักเกิดจากเชื้อโรคที่ไม่รุนแรงนัก
อาการที่พบได้แก่
- ปวดตา เป็นได้ตั้งแต่ปวดน้อยจนถึงปวดรุนแรง
- ตามัว
- เห็นเหมือนเป็นเส้นใย หรือยุงลอยในตา (floaters)
อาการแสดงที่พบ ได้แก่ ตาแดง เยื่อบุตาบวม มีขี้ตา พบเซลล์อักเสบหรือหนองในช่องหน้าลูกตา กระจกตาบวม น้ำวุ้นตาขุ่น
โดยทั่วไปถ้าการติดเชื้อเป็นอย่างเฉียบพลันมักมีอาการใน 2-5 วันหลังการผ่าตัด ซึ่งการได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วมีความสำคัญยิ่งต่อการมองเห็น หากได้รับการรักษาช้าโดยเฉพาะในเชื้อโรคบางอย่างที่รุนแรง อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ ฉะนั้นผู้ที่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจกจึงควรอย่างยิ่งที่ต้องมาตรวจติดตามเป็นระยะๆ ตามที่แพทย์นัด

กรณีที่การติดเชื้อเป็นเรื้อรัง มักจะมีอาการหลังผ่าตัดหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน อาจตรวจพบการอักเสบเพียงเล็กน้อยในลูกตา ซึ่งคงอยู่เป็นเวลานาน ส่วนใหญ่เชื้อมักจะไม่รุนแรงนัก
การรักษา
การรักษาขึ้นกับความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยทั่วไปหากการติดเชื้อไม่รุนแรงนัก การมองเห็นยังไม่แย่มาก แพทย์จะให้การรักษาด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะเข้าไปในลูกตา ร่วมกับการให้ยาหยอด ซึ่งผู้ป่วยมักจะต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อติดตามผลการรักษาทุกวัน หากการตอบสนองดีอาจมีการฉีดยาซ้ำหรือไม่ แพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป
กรณีที่การติดเชื้อรุนแรงมาก ตามัวมาก หรือให้การรักษาด้วยการฉีดยาเข้าลูกตาแล้วไม่ได้ผล แพทย์จะทำการผ่าตัดเข้าไปในลูกตาเพื่อตัดน้ำวุ้นตาที่มีการติดเชื้อออกไป
สำหรับระดับสายตาหลังการรักษาภาวะติดเชื้อในลูกตาจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเชื้อ และระยะเวลาที่วินิจฉัยและให้การรักษา ยิ่งได้รับการรักษาเร็วหรือเชื้อไม่รุนแรง การพยากรณ์โรคก็จะดีกว่า หากเชื้อรุนแรงมาก หรือได้รับการรักษาช้าอาจสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร
|