Language

THAI ENGLISH GERMAN  CHINESE JAPANESE RUSSIA
SWEDISH FRANCAIS  ITALIANO SPANISH DUTCH ARABIC

สุขภาพสายตา

ความรู้คู่สายตา
จอประสาทตา
สายตาสั้น
ใครคือเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการวัด..
การเจริญเติบโตของลูกตาในเด็ก
ต้อหิน
การดูแลสุขภาพสายตาเบื้องต้น
ท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก
ภูมิแพ้เยื่อบุตา
ภูมิแพ้เยื่อบุตาชนิด vernal
การตรวจตาในเด็ก
การรักษาตาขี้เกียจ
ต้อเนื้อต้อลม
ตาแดงในเด็กแรกเกิด
สิ่งแปลกปลอมที่กระจกตา
อาการมองเห็นจุดดำ หรือลูกน้ำลอยไปมา
ความผิดปรกติของจอประสาทตาจากโรคเบาหวาน
ความสามารถในการมองเห็น
ต้อกระจก
ตาแห้ง
เส้นเลือดดำในตาอุดตัน
สารเคมีเข้าตา
ปัญหาเกี่ยวกับหนังตาที่พบได้บ่อย
การเปลี่ยนแปลงของดวงตากับการตั้งครรภ์ : 1
การเปลี่ยนแปลงของดวงตากับการตั้งครรภ์ : 2
กระจกตาติดเชื้อ
ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้คอนแทคเลนส์ : 1
ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้คอนแทคเลนส์ : 2
โรคจอประสาทตาเสื่อม : 1
เปลือกตาอักเสบ
ต้อกระจก และการรักษา
การวัดสายตาและการให้ค่าสายตาคนสายตาสั้น
สายตายาวผู้สูงอายุ (Presbyopia)


การเปลี่ยนแปลงของดวงตากับการตั้งครรภ์ : ตอนที่ 1
โดย แพทย์หญิง อรทัย ชาญสันติ จักษุแพทย์ประจำศูนย์แว่นตาไอซอพติก

เมื่อมีการตั้งครรภ์ ผลจากการตั้งครรภ์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างต่อดวงตาได้ รวมถึงการใช้ยาหยอดตาในคนตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังยิ่ง บทความนี้จะกล่าวถึงภาวะของดวงตาที่เปลี่ยนไปโดยแบ่งเป็น

  1. การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ
  2. โรคที่พบมากขึ้นจากการตั้งครรภ์ซึ่งมีผลต่อดวงตา
  3. การเปลี่ยนแปลงของโรคที่มีอยู่เดิมระหว่างตั้งครรภ์

การเปลี่ยนแปลงที่พบตามธรรมชาติจากการตั้งครรภ์

กระจกตา

  • ความไวในการรับความรู้สึกต่อการสัมผัสของกระจกตาอาจลดลง
  • ความหนาของกระจกตาอาจเพิ่มขึ้น หรือความโค้งของกระจกตาอาจเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลให้สายตาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างการตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจกลับสู่ภาวะปรกติหลังคลอดแล้ว ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้เปลี่ยนแว่นหรือคอนแทคเลนส์ระหว่างการตั้งครรภ์ ควรรอหลังคลอดหลายสัปดาห์แล้วจึงค่อยวัดสายตาใหม่

ความดันลูกตา

  • พบว่าความดันลูกตาอาจลดลงในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์และจะกลับเป็นค่าเดิมก่อนตั้งครรภ์ เมื่อระยะหลังคลอดประมาณ 2 เดือน

โรคที่พบมากขึ้นจากการตั้งครรภ์ซึ่งมีผลต่อดวงตา

ความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์

ความดันโลหิตสูงที่เกิดจากการตั้งครรภ์มีตั้งแต่อาการไม่รุนแรงจนถึงภาวะที่รุนแรงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของไต โดยพบโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ ปวดศีรษะ อาเจียน หรือมีผลต่อการทำงานของตับ เกร็ดเลือด สมองจนถึงชักได้ เรียกว่า “pre-eclampsia และ eclampsia” ส่วนใหญ่อาการมักเกิดในช่วงอายุครรภ์หลัง 20 สัปดาห์แล้ว โดยปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดภาวะนี้ได้แก่ ตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อยกว่า 18 หรือมากกว่า 35 ปี, ครรภ์แฝด, มีโรคประจำตัวอยู่เดิม เช่น เบาหวาน ความดัน โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด

การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับดวงตาที่พบบ่อยจากการที่ความดันโลหิตสูงคือ ตามัวพบได้ตั้งแต่มัวน้อยจนถึงไม่เห็นแม้แต่แสงไฟ, เห็นแสงไฟแปล๊บ หรือเห็นภาพซ้อน ซึ่งการตรวจทางจักษุจะพบว่าเส้นเลือดที่จอประสาทตาบางส่วนอาจมีการหดตัว จอประสาทตาบวมหรือหลุดลอก หรือเส้นประสาทตาขาดเลือด รวมถึงสมองส่วนที่ทำการรับและแปลผลการมองเห็นมีการบวมหรือขาดเลือดชั่วขณะ


ภาพซ้ายแสดงจอประสาทตาลอก (มีน้ำเซาะใต้จอประสาทตา)
ภาพขวาแสงจอประสาทตาที่หายจากการหลุดลอก คือจอประสาทตาติดราบกับผนังลูกตา หลังการคลอด 2 สัปดาห์

โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมักกลับเป็นปรกติหลังการคลอด อย่างไรก็ตามผู้ตั้งครรภ์บางรายอาจมีการเสื่อมของเม็ดสีในจอประสาทตาหรือเส้นประสาทตาบางส่วนเสื่อมได้ ซึ่งอาจมีผลให้ยังมีตามัวเล็กน้อยหลงเหลืออยู่หลังการคลอดแล้ว

การรักษา

เนื่องจากภาวะความดันโลหิตที่สูงมีผลต่ออวัยวะทั่วร่างกายรวมถึงเด็กในครรภ์ โดยทั่วไปสูติแพทย์จะเป็นผู้ให้การดูแลการควบคุมความดันโลหิต การเปลี่ยนแปลงของเกลือแร่ และการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะต่างๆ เพื่อมิให้ภาวะที่เป็นรุนแรงขึ้น สำหรับอาการทางจักษุมักจะดีขึ้นหลังการคลอด ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามการตรวจระหว่างการตั้งครรภ์เพื่อป้องกันหรือให้การรักษาตั้งแต่อาการเป็นน้อยจากภาวะความดันโลหิตสูงที่อาจเกิดขึ้น

จุดรับภาพในจอประสาทตาบวม (central serous retinopathy)

ภาวะนี้คือมีจุดรับภาพตรงกลางของจอประสาทตาบวม เป็นผลให้ตามัว เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือเห็นภาพขนาดเล็กกว่าความเป็นจริง โดยทั่วไปโรคนี้มักพบในชายวัยกลางคน อย่างไรก็ตามภาวะนี้พบได้ประปรายในหญิงตั้งครรภ์ โดยพบในการตั้งครรภ์ได้ทุกไตรมาส สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบ แต่คาดว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือระบบการไหลเวียนโลหิตระหว่างตั้งครรภ์

จุดรับภาพที่บวมอาการมักดีขึ้นหรือหายเองในช่วงใกล้คลอดหรือหลังคลอดแล้ว ยกเว้นบางกรณีที่หลังคลอดแล้วยังไม่หาย จักษุแพทย์อาจต้องฉีดสีตรวจพิเศษเพื่อพิจารณาการรักษาด้วยเลเซอร์ โดยทั่วไปแพทย์มักเพียงแค่ติดตามอาการไปจนระยะหลังคลอดเนื่องจากยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าสีที่ใช้ในการฉีดเพื่อตรวจจอประสาทตาปลอดภัยสำหรับเด็กในครรภ์หรือไม่ สำหรับผู้ที่เคยเป็นโรคนี้แล้วในครรภ์ต่อไปอาจมีโอกาสเป็นซ้ำได้


ภาพแสดงจุดรับภาพบวมบริเวณตรงกลางของจอประสาทตา

โรคเส้นเลือดตีบระหว่างการตั้งครรภ์

ระหว่างการตั้งครรภ์เส้นเลือดในจอประสาทตาอาจมีการเปลี่ยนแปลงร่วมกับภาวะการแข็งตัวของเลือดที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดโรคในจอประสาทตาได้ ได้แก่
  • Purtscher-like retinopathy: มักพบในระยะหลังๆ ของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็น pre-eclampsia จะมีอาการตามัวค่อนข้างมากหลังคลอดใหม่ๆ แต่เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ


ภาพแสดงบริเวณที่จอประสาทตาขาดเลือดเห็นเป็นหย่อมๆ สีขาว เรียกภาวะดังภาพว่า “purtscher-like retinopathy”

  • Thrombotic thrombocytopenic purpura (TTP) เป็นภาวะที่มีลิ่มเลือดอุดตันตามเส้นเลือดต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะซีด เกร็ดเลือดต่ำ ไข้ สมองเกิดการเปลี่ยนแปลง สำหรับดวงตาอาจพบภาวะเส้นเลือดในจอประสาทตาอุดตัน หรือมีเลือดออกในจอประสาทตา เส้นเลือดผิดปรกติรอบขั้วประสาทตา


ภาพแสดงบริเวณที่จอประสาทตามีจุดเลือกออกเป็นหย่อมๆ จากภาวะ TT

  • Amniotic fluid embolism เป็นภาวะที่ฟองน้ำคร่ำไปอุดตันตามเส้นเลือดต่างๆ เป็นภาวะที่ทำให้อัตราตายสูงมากถึง 80% ส่วนใหญ่มักพบช่วงระหว่างกระบวนการคลอด หรือทันทีหลังคลอด ฟองน้ำคร่ำที่อุดตันเส้นเลือดทำให้เกิดหัวใจล้มเหลว และเส้นเลือดในตาอุดตันตามัวรุนแรงได้

จากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นโรคหรือภาวะที่พบมากขึ้นในการตั้งครรภ์ซึ่งมีผลต่อการมองเห็น โดยทั่วไปมักไม่มีการรักษาโดยตรงทางจักษุสำหรับโรคเหล่านี้ เนื่องจากหลังการคลอดบางโรคจะหายได้ แต่ในบางโรคต้องอาศัยการรักษาโรคทางกายซึ่งอาจบรรเทาอาการทางตาที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นผู้ที่มีความผิดปรกติทางร่างกายควรได้พบสูติแพทย์โดยเร็ว หรือหากมีอาการผิดปรกติด้านการมองเห็นควรได้พบจักษุแพทย์ ซึ่งการตรวจทางจักษุอาจช่วยในการวินิจฉัยโรคทางกายได้ และหญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรได้รับการฝากครรภ์และติดตามการตั้งครรภ์อย่างสม่ำเสมอ



จากหนังสือ ผู้หญิง เดือน มีนาคม 2551

จากหนังสือ เสนารักษ์เหล่าแพทย์ประจำปี 2551

จากหนังสือ Swing เดือน ธันวาคม 2550

จากหนังสือ Sansiri เดือน ธันวาคม 2550

จากหนังสือ พลอยแกมเพชร เดือน ธันวาคม 2550

จากหนังสือ Medical Time เดือน พฤศจิกายน 2550

จากหนังสือ RBSC ฉบับเดือน มีนาคม 2551

จากหนังสือ Living In Thailand เดือน มกราคม 2551

จากหนังสือ Prestige เดือน มกราคม 2551

จากหนังสือ Living In Thailand ฉบับ กันยายน 2550

จากหนังสือ RBSC ฉบับเดือน กันยายน 2550

จากหนังสือ In Residence ฉบับเดือน กันยายน 2550

อ่านทั้งหมด...