![]() |
สุขภาพสายตาความรู้คู่สายตา |
การเปลี่ยนแปลงของดวงตากับการตั้งครรภ์ : ตอนที่ 1
เมื่อมีการตั้งครรภ์ ผลจากการตั้งครรภ์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างต่อดวงตาได้ รวมถึงการใช้ยาหยอดตาในคนตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังยิ่ง บทความนี้จะกล่าวถึงภาวะของดวงตาที่เปลี่ยนไปโดยแบ่งเป็น
การเปลี่ยนแปลงที่พบตามธรรมชาติจากการตั้งครรภ์ กระจกตา
ความดันลูกตา
โรคที่พบมากขึ้นจากการตั้งครรภ์ซึ่งมีผลต่อดวงตา ความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูงที่เกิดจากการตั้งครรภ์มีตั้งแต่อาการไม่รุนแรงจนถึงภาวะที่รุนแรงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของไต โดยพบโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ ปวดศีรษะ อาเจียน หรือมีผลต่อการทำงานของตับ เกร็ดเลือด สมองจนถึงชักได้ เรียกว่า “pre-eclampsia และ eclampsia” ส่วนใหญ่อาการมักเกิดในช่วงอายุครรภ์หลัง 20 สัปดาห์แล้ว โดยปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดภาวะนี้ได้แก่ ตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อยกว่า 18 หรือมากกว่า 35 ปี, ครรภ์แฝด, มีโรคประจำตัวอยู่เดิม เช่น เบาหวาน ความดัน โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับดวงตาที่พบบ่อยจากการที่ความดันโลหิตสูงคือ ตามัวพบได้ตั้งแต่มัวน้อยจนถึงไม่เห็นแม้แต่แสงไฟ, เห็นแสงไฟแปล๊บ หรือเห็นภาพซ้อน ซึ่งการตรวจทางจักษุจะพบว่าเส้นเลือดที่จอประสาทตาบางส่วนอาจมีการหดตัว จอประสาทตาบวมหรือหลุดลอก หรือเส้นประสาทตาขาดเลือด รวมถึงสมองส่วนที่ทำการรับและแปลผลการมองเห็นมีการบวมหรือขาดเลือดชั่วขณะ
โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมักกลับเป็นปรกติหลังการคลอด อย่างไรก็ตามผู้ตั้งครรภ์บางรายอาจมีการเสื่อมของเม็ดสีในจอประสาทตาหรือเส้นประสาทตาบางส่วนเสื่อมได้ ซึ่งอาจมีผลให้ยังมีตามัวเล็กน้อยหลงเหลืออยู่หลังการคลอดแล้ว การรักษา เนื่องจากภาวะความดันโลหิตที่สูงมีผลต่ออวัยวะทั่วร่างกายรวมถึงเด็กในครรภ์ โดยทั่วไปสูติแพทย์จะเป็นผู้ให้การดูแลการควบคุมความดันโลหิต การเปลี่ยนแปลงของเกลือแร่ และการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะต่างๆ เพื่อมิให้ภาวะที่เป็นรุนแรงขึ้น สำหรับอาการทางจักษุมักจะดีขึ้นหลังการคลอด ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามการตรวจระหว่างการตั้งครรภ์เพื่อป้องกันหรือให้การรักษาตั้งแต่อาการเป็นน้อยจากภาวะความดันโลหิตสูงที่อาจเกิดขึ้น จุดรับภาพในจอประสาทตาบวม (central serous retinopathy) ภาวะนี้คือมีจุดรับภาพตรงกลางของจอประสาทตาบวม เป็นผลให้ตามัว เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือเห็นภาพขนาดเล็กกว่าความเป็นจริง โดยทั่วไปโรคนี้มักพบในชายวัยกลางคน อย่างไรก็ตามภาวะนี้พบได้ประปรายในหญิงตั้งครรภ์ โดยพบในการตั้งครรภ์ได้ทุกไตรมาส สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบ แต่คาดว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือระบบการไหลเวียนโลหิตระหว่างตั้งครรภ์ จุดรับภาพที่บวมอาการมักดีขึ้นหรือหายเองในช่วงใกล้คลอดหรือหลังคลอดแล้ว ยกเว้นบางกรณีที่หลังคลอดแล้วยังไม่หาย จักษุแพทย์อาจต้องฉีดสีตรวจพิเศษเพื่อพิจารณาการรักษาด้วยเลเซอร์ โดยทั่วไปแพทย์มักเพียงแค่ติดตามอาการไปจนระยะหลังคลอดเนื่องจากยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าสีที่ใช้ในการฉีดเพื่อตรวจจอประสาทตาปลอดภัยสำหรับเด็กในครรภ์หรือไม่ สำหรับผู้ที่เคยเป็นโรคนี้แล้วในครรภ์ต่อไปอาจมีโอกาสเป็นซ้ำได้
โรคเส้นเลือดตีบระหว่างการตั้งครรภ์ ระหว่างการตั้งครรภ์เส้นเลือดในจอประสาทตาอาจมีการเปลี่ยนแปลงร่วมกับภาวะการแข็งตัวของเลือดที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดโรคในจอประสาทตาได้ ได้แก่
จากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นโรคหรือภาวะที่พบมากขึ้นในการตั้งครรภ์ซึ่งมีผลต่อการมองเห็น โดยทั่วไปมักไม่มีการรักษาโดยตรงทางจักษุสำหรับโรคเหล่านี้ เนื่องจากหลังการคลอดบางโรคจะหายได้ แต่ในบางโรคต้องอาศัยการรักษาโรคทางกายซึ่งอาจบรรเทาอาการทางตาที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นผู้ที่มีความผิดปรกติทางร่างกายควรได้พบสูติแพทย์โดยเร็ว หรือหากมีอาการผิดปรกติด้านการมองเห็นควรได้พบจักษุแพทย์ ซึ่งการตรวจทางจักษุอาจช่วยในการวินิจฉัยโรคทางกายได้ และหญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรได้รับการฝากครรภ์และติดตามการตั้งครรภ์อย่างสม่ำเสมอ
|
|
|