Language

THAI ENGLISH GERMAN  CHINESE JAPANESE RUSSIA
SWEDISH FRANCAIS  ITALIANO SPANISH DUTCH ARABIC

สุขภาพสายตา

ความรู้คู่สายตา
จอประสาทตา
สายตาสั้น
ใครคือเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการวัด..
การเจริญเติบโตของลูกตาในเด็ก
ต้อหิน
การดูแลสุขภาพสายตาเบื้องต้น
ท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก
ภูมิแพ้เยื่อบุตา
ภูมิแพ้เยื่อบุตาชนิด vernal
การตรวจตาในเด็ก
การรักษาตาขี้เกียจ
ต้อเนื้อต้อลม
ตาแดงในเด็กแรกเกิด
สิ่งแปลกปลอมที่กระจกตา
อาการมองเห็นจุดดำ หรือลูกน้ำลอยไปมา
ความผิดปรกติของจอประสาทตาจากโรคเบาหวาน
ความสามารถในการมองเห็น
ต้อกระจก
ตาแห้ง
เส้นเลือดดำในตาอุดตัน
สารเคมีเข้าตา
ปัญหาเกี่ยวกับหนังตาที่พบได้บ่อย
การเปลี่ยนแปลงของดวงตากับการตั้งครรภ์ : 1
การเปลี่ยนแปลงของดวงตากับการตั้งครรภ์ : 2
กระจกตาติดเชื้อ
ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้คอนแทคเลนส์ : 1
ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้คอนแทคเลนส์ : 2
โรคจอประสาทตาเสื่อม : 1
เปลือกตาอักเสบ
ต้อกระจก และการรักษา
การวัดสายตาและการให้ค่าสายตาคนสายตาสั้น
สายตายาวผู้สูงอายุ (Presbyopia)


ตาแห้ง
โดย แพทย์หญิง อรทัย ชาญสันติ จักษุแพทย์ประจำศูนย์แว่นตาไอซอพติก

ตาแห้ง
                ตาแห้งเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับตา สาเหตุมาจากความผิดปรกติของน้ำตา ซึ่งมีปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอ หรือมีการระเหยของน้ำตาที่มากเกินไป ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ผิวกระจกตาและเกิดอาการไม่สบายตา หรือผลเสียต่อดวงตาต่างๆ ตามมาได้

น้ำตาสำคัญอย่างไร

                น้ำตาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของดวงตา เพราะในสภาวะปรกติน้ำตามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา ช่วยให้มองเห็นภาพอย่างชัดเจน โดยปรับสภาพของกระจกตาให้แสงผ่านได้ นำสารอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงกระจกตา และรวมถึงเป็นด่านในการป้องกันการติดเชื้อและสิ่งแปลกปลอม ดังนั้นหากน้ำตามีความผิดปรกติไปจะมีผลต่อดวงตาโดยเฉพาะกระจกตาด้วยเช่นกัน

น้ำตาประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 ส่วนคือ

  • ไขมัน ทำหน้าที่ป้องกันการระเหยของน้ำตา
  • น้ำ ทำหน้าที่นำสารอาหารไปเลี้ยงที่กระจกตา
  • เมือก ช่วยให้น้ำตาสามารถเคลือบอยู่บนผิวกระจกตาได้นาน ซึ่งคุณสมบัติของสารเมือกที่สำคัญ คือ โซเดียมไฮยาลูโรเนต

ดังนั้นหากมีความผิดปรกติใดเกิดที่ชั้นน้ำตาก็จะส่งผลให้เกิดอาการตาแห้งได้

อาการ ผู้ป่วยตาแห้งจะมีอาการได้แก่ ระคายเคืองตาและแสบตา ตาแดง เจ็บตา ตาพร่าแต่เมื่อกระพริบตาจะมองเห็นชัดขึ้น น้ำตาไหลมาก รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา รู้สึกอยากพักสายตาอยู่บ่อยๆ เป็นต้น และอาการมักจะเป็นมากในช่วงบ่ายๆ หรือเย็นๆ ของวัน หรือหลังจากมีการใช้สายตาเป็นเวลานาน
การตรวจโดยจักษุแพทย์อาจพบลักษณะน้ำตาที่ระเหยเร็วกว่าปรกติ หรือมีจุดแห้งที่กระจกตาดำจากการย้อมสีพิเศษตรวจทางจักษุ

รูปแสดงจุดแห้งบนกระจกตาดำ เมื่อย้อมด้วยสีทางจักษุจะเห็นเป็นจุดสีเขียวๆ ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่มีน้ำตาฉาบ


สาเหตุที่ทำให้ตาแห้ง พบว่ามีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดตาแห้ง

  • อายุ ยิ่งมีอายุเพิ่มขึ้น การสร้างน้ำตาจะลดลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเพศหญิงจะมีโอกาสเกิดได้มากกว่าเพศชาย ซึ่งเป็นผลจากฮอร์โมนบางอย่าง
  • ยา การรับประทานยาบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ เช่น ยาแก้แพ้
  • การใช้สายตาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ การอ่านหนังสือ
  • สิ่งแวดล้อม การอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละออง และควันต่างๆ มีลมแรงและแสงจ้า
  • คอนแทคเลนส์ ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์จะมีโอกาสเกิดตาแห้งได้มากกว่าคนปรกติ
  • โรคบางชนิด เช่น Sjogren’s syndrome, Steven-Johnson syndrome โรคเบาหวาน เป็นต้น

การรักษา

  • หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา เช่น หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นควัน มีแสงแดดจ้า หรือมีลมแรง หลีกเลี่ยงการให้พัดลมหรือแอร์เป่าหน้าโดยตรง และควรพักสายตาหากต้องทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง โดยอาจหลับตาเป็นพักๆ เพื่อให้ดวงตาชุ่มชื้น รวมถึงพิจารณาการใช้เครื่องทำความชื้นในที่ที่อากาศแห้งมาก
  • ใช้น้ำตาเทียมเพื่อบรรเทาอาการ น้ำตาเทียมมีมากมายหลายชนิดในท้องตลาด มีทั้งชนิดที่ผสมสารกันเสีย (preservative) และ กลุ่มที่ไร้สารกันเสีย (preservative-free) และอาจมีทั้งที่เป็นน้ำ หรือเป็นเจล

การเลือกใช้น้ำตาเทียมอย่างไร ควรที่จะได้รับการตรวจเพื่อดูความรุนแรงของภาวะตาแห้ง โดยทั่วไปคือถ้าอาการตาแห้งเป็นมากและต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อยหรือนาน ควรใช้น้ำตาเทียมชนิดที่เป็น preservative-free มากกว่า สำหรับชนิดที่เป็นเจลแนะนำให้ใช้ในช่วงกลางคืนก่อนนอนเนื่องจากจะอยู่ได้นานกว่า และไม่รบกวนการมองเห็นเวลากลางวัน

http://www.usaeyes.org/images/lasik-eye-drop-jpg

รูปแสดงชนิดของน้ำตาเทียม: น้ำตาเทียมที่ไร้สารกันเสียจะมีลักษณะเป็นก้านเล็กๆ ติดกันเป็นแผง และให้เปิดใช้ภายใน 24 ชม.แล้วทิ้ง

  • การอุดรูระบายน้ำตาที่บริเวณหัวตา ทำให้น้ำตาอยู่ในดวงตาเพิ่มขึ้น โดยวิธีการอุดมีทั้งแบบชั่วคราวและแบบถาวร โดยแพทย์มักแนะนำเมื่อไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการในข้อ 1,2 แล้ว

รูปแสดงตัวอย่างวัสดุที่ใช้ในการอุดรูระบายน้ำตาชั่วคราว ซึ่งวัสดุก็จะมีได้หลายรูปแบบ หลายชนิดในท้องตลาด

                                   

รูปแสดงการใส่วัสดุเพื่ออุดรูระบายน้ำตาที่บริเวณหัวตา

 

 

 

จากหนังสือ ผู้หญิง เดือน มีนาคม 2551

จากหนังสือ เสนารักษ์เหล่าแพทย์ประจำปี 2551

จากหนังสือ Swing เดือน ธันวาคม 2550

จากหนังสือ Sansiri เดือน ธันวาคม 2550

จากหนังสือ พลอยแกมเพชร เดือน ธันวาคม 2550

จากหนังสือ Medical Time เดือน พฤศจิกายน 2550

จากหนังสือ RBSC ฉบับเดือน มีนาคม 2551

จากหนังสือ Living In Thailand เดือน มกราคม 2551

จากหนังสือ Prestige เดือน มกราคม 2551

จากหนังสือ Living In Thailand ฉบับ กันยายน 2550

จากหนังสือ RBSC ฉบับเดือน กันยายน 2550

จากหนังสือ In Residence ฉบับเดือน กันยายน 2550

อ่านทั้งหมด...