![]() |
สุขภาพสายตาความรู้คู่สายตา |
กระจกตาหรือตาดำ เป็นส่วนที่อยู่ด้านหน้าสุดของลูกตา มีลักษณะเป็นวงกลมใส ความใสของกระจกตา รวมถึงความโค้งที่พอเหมาะและความเรียบของผิวกระจกตามีความสำคัญต่อการมองเห็นโดยแสงจะสามารถผ่านเข้าไปในดวงตา เพื่อโฟกัสรวมให้เกิดภาพชัดเจนได้ โรคใดก็ตามที่เกิดขึ้นกับกระจกตา และมีผลทำให้กระจกตาผิดรูปร่าง หรือมีความขุ่นขึ้น ล้วนมีผลทำให้การมองเห็นเลือนรางลงได้
ความสำคัญของกระจกตาติดเชื้อ โรคกระจกตาติดเชื้อเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็น เนื่องจากเมื่อมีการติดเชื้อขึ้น การอักเสบจะนำไปสู่การเกิดแผลเป็นของกระจกตาเมื่อหายจากโรค ซึ่งแผลเป็นที่เกิดขึ้นทำให้กระจกตาผิดรูปร่างและขุ่นขาว ทำให้แสงผ่านเข้าไปในลูกตาได้ไม่ดี การมองเห็นจึงลดลง ในประเทศไทยพบว่า 4.5% ของภาวะตาบอดทั้งหมดมีสาเหตุจากโรคของกระจกตา ซึ่งเกิดตามหลังกระจกตาติดเชื้อนั่นเอง ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่กระจกตา ธรรมชาติได้สร้างให้มีการคุ้มกันกระจกตา โดยผิวหน้าสุดของกระจกตาและน้ำตานั้นทำหน้าที่เหมือนเกราะที่แข็งแกร่งคอยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคผ่านเข้าไปทำอันตรายต่อกระจกตาชั้นในได้ น้ำตาก็จะมีเอ็นไซม์ และสารภูมิคุ้มกันคอยดักจับ ทำลายเชื้อโรค รวมถึงการมีปฏิกิริยาด้วยการกระพริบตาเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมจะเข้าตา หรือมีน้ำตาไหลออกมากมาล้างตาเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าในตา ผิวกระจกตาหน้าสุดจะมีการเรียงตัวของเซลล์อย่างแน่นหนาจนแทบไม่มีที่ให้เชื้อโรคเกาะ เหล่านี้เป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติ ต่อเมื่อมีภาวะต่างๆ ที่ทำให้เกราะป้องกันเหล่านี้เสียไป ก็จะทำให้เกิดโรคที่กระจกตาได้ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้แก่
สำหรับเชื้อที่ทำให้เกิดโรคพบบ่อยสุด ได้แก่เชื้อแบคทีเรีย รองลงมาคือเชื้อราและไวรัสตามลำดับ อาการและอาการแสดง เมื่อเกิดการติดเชื้อ ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล ลืมตาไม่ขึ้น มีขี้ตามาก ตามัว เริ่มสังเกตเห็นจุดขาวขุ่นเกิดตรงตาดำ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีจุดขาวจากการติดเชื้อจะลุกลามขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อาจเห็นเป็นหนองสีขาวในช่องหน้าลูกตาได้ หากโรคเป็นมากขึ้นจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้แก่ กระจกตาทะลุ ต้อหิน ต้อกระจก รวมถึงการติดเชื้อลุกลามเข้าสู่ลูกตาด้านหลังได้ ทำให้เกิดตาบอดถาวร
การรักษา การรักษาที่ถูกต้องควรได้รับการรักษาด้วยจักษุแพทย์ ซึ่งจักษุแพทย์จะวินิจฉัยโรคจากอาการและการตรวจลักษณะของแผลติดเชื้อ นอกจากนั้นแพทย์อาจขูดผิวของแผลเพื่อทำการย้อมสี และเพาะเชื้อเพื่อบอกว่าติดเชื้อชนิดไหน การรักษาควรเริ่มให้เร็วที่สุด โดยการใช้ยาปฏิชีวนะหยอดตาให้ผู้ป่วย โดยหยอดถี่ทุก 1-2 ชั่วโมง ร่วมกับการให้ยาลดปวด ในรายที่เป็นมากหรือมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น แพทย์อาจพิจารณาให้นอนโรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ในรายที่การติดเชื้อลุกลามมากจนกระจกตาทะลุ อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเพื่อรักษาดวงตา เมื่อสามารถควบคุมการติดเชื้อแล้ว การอักเสบบนกระจกตาจะน้อยลง อย่างไรก็ตามกระจกตาจะกลายเป็นแผลเป็นสีขาวขุ่นและมีรูปร่างผิดปรกติไป ซึ่งมีผลทำให้การมองเห็นลดลง การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเพื่อเอากระจกตาส่วนที่ผิดปรกติออกไปและแทนที่ด้วยกระจกตาใสจากผู้บริจาคแพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆไป ซึ่งในเมืองไทยเนื่องจากภาวการณ์ขาดแคลนกระจกตาจากผู้บริจาค ทำให้อาจต้องเข้าคิวรอนานถึง 3-6 ปี |
|
|